ร่างกายคนเราใช้ไขมันยังไง ล้างความเชื่อ เพื่อร่างฟิต!

ใครออกกำลังกาย หรือใฝ่ฝั่นว่าอยากหุ่นดี แล้วไม่เคยได้ยินความเชื่อเหล่านี้ ถือว่าเชยมาก

  • ไม่ควรกินข้าวเย็น เพราะร่างกายไม่ได้ใช้พลังงานช่วงเย็น เดี๋ยวอ้วน!
  • จะวิ่งให้ไขมันลด ต้องวิ่งเหยาะๆ ช้าๆ แต่ต้องทำนานๆ มากกว่า 30 นาที ไม่งั้นร่างกายไม่ใช้ไขมัน
  • อยากลดไขมันหน้าท้อง? ซิทอัพดิ ขยับร่างกายช่วงไหนเยอะๆ ก็ลดตรงนั้นแหละ

วันนี้เรามา Tag Team กันเช่นเคยโดยมีแตงกวา นักค้นคว้าสายโหด และพี่ฟ้า วุ้นแปลภาษาวิชาการ มาทำให้ทุกคนรู้กันชัดๆ ว่าสรุปแล้วร่างกายคนเราใช้ไขมันได้ยังไง มีขั้นตอนอะไร และความรู้นี้เอาไปทำอะไรได้บ้าง ลุย!

ร่างกายใช้ไขมันยังไง ?

ร่างกายเราจะเก็บไขมันไว้ใน Adipose tissue ซึ่งส่วนใหญ่คือ บริเวณใต้ผิวหนัง (Subcutaneous) หรือ บริเวณช่องท้อง (Visceral) ใกล้กับอวัยวะภายในของเรา และมีเก็บอยู่ที่ในกล้ามเนื้อของเราเล็กน้อย (intramuscular) ไขมันในร่างกายนั้นจะทำหน้าที่เป็นโรงเก็บพลังงานสำรอง

ไขมันจะเก็บอยู่ในรูปของ ไตรกลีเซอไรด์ (triglycerides) จะถูกปล่อยออกมาใช้งานโดยฮอร์โมน hormone-sensitive lipase (HSL) ในรูปของ Fatty Acids ซึ่งจะถูกดูดซึมเข้าไปในระบบไหลเวียนเลือด เกาะกับ โปรตีนที่ชื่อว่า Albumin และ ส่งไปยังกล้ามเนื้อเพื่อใช้เป็นพลังงานหรือเบิร์นนั้นเอง ! การเบิร์นไขมันในทางวิทยาศาสตร์รู้จักกันชื่อว่า Beta-Oxidation โดยกระบวนการนี้จะเกิดขึ้นที่ Mitochondria ภายในเซลล์

Beta-Oxidation คือ กระบวนการเผาผลาญสารอาหารให้เป็นพลังงานที่เรียกว่า ATP โดยต้องใช้ออกซิเจนในกระบวนการนั้นด้วย ATP ที่ว่านี้ก็สามารถสร้างได้จากสารอาหารอื่นๆ แต่จะจากสารอาหารอะไรนั้น ก็คืออยู่กับความหนักของกิจกรรมหรือการออกกำลังกาย

ATP ส่วนใหญ่ จะได้จากการเผาผลาญไขมัน ใช้ในการหายใจ รักษาอุณหภูมิของร่างกาย การย่อยอาหาร และกระบวนการอื่นๆอีกมากมาย ในขณะพัก หรือ กิจกรรมและการออกกำลังกายที่มีความหนักน้อยมากๆ ซึ่งเมื่อเป็นกิจกรรมเบาๆแล้ว ร่างกายเราจึงจะนำออกซิเจนเข้าไปใช้ในกระบวนการภายใน Mitochondria ได้ทันนั้นเอง

สรุปง่ายๆคือ ไขมันที่สะสมในร่างกายของเรานั้น จะถูกใช้ในขณะพัก หรือ การออกกำลังกายเบาๆ หากเป็นกิจกรรมที่หนักขึ้น ร่างกายก็จะมีการใช้คาร์โบไฮเดรตมาผลิตเป็น ATP ในสัดส่วนที่มากขึ้น กล่าวคือ ร่างกายของเราจะมีการผลิตพลังงานจากไขมันและคาร์โบไฮเดรตตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับความหนักของกิจกรรม ไม่ได้มีกิจกรรมไหนที่ ใช้ไขมันเพียงอย่างเดียว หรือคาร์โบไฮเดรตเพียงอย่างเดียว

เมื่อทราบว่าร่างกายของเราใช้ไขมันอย่างไรแล้ว ! ถ้าอยากลดไขมันละ ต้องทำยังไง เดี๋ยวเรามาต่อเรื่องนี้กันบทความหน้าครับ (กด Like + Subscribe + Share ด้วย!)

เดี๋ยวนะ… แล้วทั้งหมดนี้รู้ไป ทำไรได้บ้าง? พี่ฟ้าขอรับช่วงต่อ

ถ้านั่งคิดดีๆ (ผมเองก็นั่งคิดอยู่นาน) เราจะเห็นว่าความรู้ที่ได้จากบทความนี้ สามารถนำมาตอบคำถาม และทำลายล้างความเชื่อเก่าๆได้หลายข้อเลย มาดูกันครับ

ต้องวิ่งช้าๆ นานมากกว่า 30 นาที ไม่งั้นไม่เอาไขมันมาใช้
ไม่จริง เพราะถึงวิ่งเร็ว สุดท้ายร่างกายก็เอาไขมันมาใช้อยู่ดี

ห้ามกินข้าวเย็น เพราะตอนเย็นร่างกายไม่ได้ใช้พลังงาน
ผิด เพราะร่างกายใช้ไขมันตลอดเวลา เพียงแต่ถ้ากินเยอะไป ก็สะสมเพิ่มเข้าไปใหม่แค่นั้นเอง

ไม่ต้องออกกำลัง ก็ผอมได้
จริง… เพราะแค่กินน้อยๆ ยังไงก็ผอม (ลองนึกภาพคนติดเกาะ) แต่อย่าลืมนะ ว่าคำว่าผอม ไม่ได้แปลว่าไขมันลด เพราะคนเรากล้ามเนื้อลด ก็ผอมเหมือนกัน ส่วนใหญ่คนที่ไม่ออกกำลังกายแต่กินน้อย จะผอมแบบเผละๆ ตัวนิ่มๆ มี cellulite และอายุการใช้งานร่างกายไม่ค่อยยืนเท่าไหร่ (เขียนซะแย่… แต่มันเป็นเรื่องจริง)

การขยับร่างกายส่วนไหน ไขมันส่วนนั้นจะออกมาใช้
กลับไปอ่านบทความที่แตงกวาเขียนอีกรอบ จะเห็นว่ารูปแบบการใช้ไขมันคือ ร่างกายต้องการพลังงาน > แตกไขมันออกมาจาก Triglyceride > มาเป็นกรดไขมันอิสระ อยู่ในเลือด > ส่งไปยังกล้ามเนื้อ และไปเป็นพลังงาน ทั้งหมดนี้ ไม่มีจุดไหนเลยที่บอกว่าไขมันไหลออกมาจากท้อง เวลาที่เรา Sit Up เนื่องจากองค์ประกอบที่จะ “สั่ง” ร่างกายให้เอาไขมันจากจุดไหนออกมาใช้นั้น ไม่ใช่การขยับจุดนั้นๆ แต่เป็น Hormones ต่างหาก ลองคิดง่ายๆ ถ้า Sit Up / Crunch แล้วไขมันหน้าท้องหายจริง ป่านนี้หลายๆคนคงไม่ต้องวิ่งเพื่อเป็นการ Cardio ถูกไหมครับ

ต้องออกกำลังกายเท่านั้น ถึงจะใช้ไขมัน
แต่ก่อนเราอาจจะคิดว่า ต้องไปออกกำลัง ต้องไปยกเวท ไปวิ่งร่างกายถึงจะใช้ไขมัน แต่ตอนนี้เรารู้แล้วว่า จริงๆถึงแม้ร่างกายจะพักอยู่ ก็ใช้ไขมันเป็นพลังงาน (หลักซะด้วย)

สำหรับ Series นี้ บทเรียนที่สำคัญที่สุด คือ ไม่ว่า ณ ตอนนั้น นาทีนั้นๆ คุณจะใช้ไขมัน หรือแป้ง เป็นแหล่งพลังงาน ถ้าคุณได้ใช้พลังงาน ร่างกายก็มีหนทางของมันที่จะนำไขมัน (แหล่งพลังงานสะสมในร่างกาย) ออกมาใช้อยู่ดีครับ

ดังนั้น แทนที่จะมานั่งคิดมากว่า ทำอะไร ใช้ไขมันเยอะที่สุด

เรามาทำให้ร่างกาย “ใช้พลังงาน” มากที่สุด แบบนี้ได้ผลกว่าเยอะครับ 🙂

วุ้นแปลภาษา

Fatty Acid (แฟตตี้ แอซิด) หรือกรดไขมัน ให้พูดง่ายๆคือไขมันมีหลายรูปแบบ มีทั้งแบบเป็นก้อนๆดึ๋งๆ เรียกAdipose Tissue (ดูคำต่อไป) และที่ออกมาไหลดเวียนในกระแสเลือด เรียกว่ากรดไขมัน หรือ fatty acid ซึ่งจริงๆแบ่งได้อีก แต่ไว้บทความเรื่องไขมันล้วนๆ เราค่อยมาลงลึกกันครับ *มาจากบทความเรื่อง Cardio ท้องว่าง*

Triglyceride (ไตรกลีเซรายด์) เอาง่ายๆ คือร่างกายเก็บไขมันในรูปแบบ Triglyceride ให้แปลตามตัวเลย คือกรดไขมัน 3 เม็ด มารวมตัวกันพร้อมกับ glycerol (ไตรแปลว่า 3 กรีเซอรายด์ ก็คือตัว glycerol) ทำให้จับตัวกันเป็นก้อน ซึ่งไตรกลีเซอรายด์จะ เข้าไปสิงสถิตย์อยู่ใน Adipose Tissue ทำให้เกิดดึ๋งๆข้างเอวเรานั่นเอง *มาจากบทความเรื่อง Cardio ท้องว่าง*

ATP – ชื่อเต็มคือ Adenosine triphosphate (ดีใจ สะกดถูก) สั้นๆ คือเป็นหน่วยพลังงานในระดับเซล ที่เซลในร่างกายเราใช้งานกัน ซึ่ง ตอนได้ยินครั้งแรก ผมมีคำถามทันทีเลย คือ “อ่าว แล้วไมไม่ใช้ calorie ไปเลยให้เหมือนๆกันอะครับ”

คำตอบที่ได้ คือ ATP มันเป็นหน่วยที่มีการสะสมในร่างกาย ซึ่ง Adenosine Triphosphate เป็นชื่อของโครงสร้างโมเลกุล Phosphate 3 ตัว และ Adenosine ซึ่งพอโครงสร้างนี้แตกตัว ก็จะเกิดเป็นพลังงาน ให้เรานำไปใช้ในร่างกาย เช่นขยับตัวเป็นต้น

ทีนี้พอโมเลกุล ATP แตก ก็จะกลายเป็น ADP หรือ Adenosine Diphosphate ซึ่งคำว่า Di แปลว่ามี Phosphate 2 ตัว (จากเดิมคือ Tri แปลว่ามี 3 ตัว) ก็ต้องมีการนำกลับมา Recycle ใหม่ ก็ต้องใช้อาหารที่เรากินๆเข้าไป (หรืออาหารเสริม Creatine ก็มาช่วยที่ขั้นตอนนี้ นั้นเอง)

สำหรับ Calorie มันเป็นหน่วยมาตราวัดที่ใช้วัดพลังงาน ดังนั้นหลักการจะไม่ซับซ้อนเท่า ATP ครับ

มี….

  • ATP คือพลังงานสะสม
  • Calorie คือหน่วยพลังงาน

ตัวอย่าง: กล้ามเนื้อนิ้วมีน้ำหนัก 11.7 กรัม ซึ่งใช้ 195 ATP micromoles ซึ่ง ต่อ 1 Micromoles เทียบเท่ากับพลังงาน 0.0073 kcal ดังนั้น การขยับนิ้วเพื่อคลิกเมาส์ 1 ครั้ง ร่างกายจะต้องนำ ATP มาใช้ 195 micromoles ซึ่งเทียบเป็นพลังงานเท่ากับ 1.42 kcal นั่นเอง

หมายความว่า ถ้ากิน Honeytoast มา 1 จาน ต้องนั่งคลิกเมาส์ 845 ครั้ง เพื่อที่จะใช้พลังงานให้หมด (ตามทฤษฎี)

แต่นะ… อันนี้คือทฤษฎี แต่ผมไม่เชื่อว่านั่งคลิกแล้วจะผอม 555 พบกันใหม่บทความหน้าครับ

มาเรียนด้วยกัน ที่ Fitjunctions สอนโภชนาการ และการออกกำลังกายแบบมีหลักการ สนุก ไม่หักโหม ไม่อดอาหาร และได้ผลลัพธ์ที่สามารถนำกลับไปสานต่อได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งเทรนเนอร์ไปตลอด

บทความแนะนำ

http://www.fitjunctions.ga/emptystomach/

Facebook Comment

Online Coaching

ออกแบบโปรแกรมให้คำปรึกษาแบบออนไลน์

รายละเอียดคอร์ส

Physiotherapy Service

บริหาร บำบัด ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ

รายละเอียดคอร์ส

Personal Training

เรียนแบบส่วนตัวกับเทรนเนอร์

รายละเอียดคอร์ส

Fit Junctions Academy

หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพเทรนเนอร์

รายละเอียดคอร์ส