สรุปผู้ชาย “ฟิตหุ่น” เป็นเกย์กี่% บทความเกี่ยวกับผู้ชาย ที่จะทำให้คุณ “อึ้ง!”

“อยากรู้ สรุปผู้ชายมีกล้ามเป็นเกย์กี่%”

คำเตือน บทความนี้อาจจะยาว แต่เต็มไปด้วยสาระและข้อคิด อ่านจบแล้วผมรับรองว่าคุณจะเข้าใจ “ผู้ชาย” ยุคนี้มากขึ้นแน่นอนครับ – ใครอยากได้แค่ตัวเลขก็ลงไปดูข้างล่างเลยครับ

ก่อนอื่น คำว่าผู้ชาย ดูแลตัวเอง กับ ผู้ชายฟิตหุ่น ไม่ใช่กลุ่มเดียวกัน วันนี้ ก่อนเราจะมาสรุปว่า ใครเกย์ ใครแมน เรามาจำแนกหมวดหมู่ผู้ชายกันก่อนดีกว่าครับ ตามสถิติของวิทยาลับการจัดการ มหิลด (CMMU) ในหัวข้อ Spornosexual (เป็นงานวิจัยเพื่อสำรวจข้อมูลทางการตลาด สำหรับนักธุรกิจที่จะเจาะตลาดกลุ่มนี้ ซึ่งผมได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรร่วม เนื้อหาน่าสนใจมากครับ) ซึ่งในงานสำรวจนี้ มีการ Survey จากผู้เข้าร่วม 200 คน และมีการสัมภาษณ์ กลุ่มเล็ก ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจคือ จาก ผู้หญิง 100 คน ที่ทางทีมได้ถามความเห็นเกี่ยวกับ “ผู้ชายกล้ามโต” ไปนั้น เสียงตอบรับที่ได้ออกมามีดังนี้ครับ

อ้อ สำหรับคำว่า ผู้ชายกล้ามโต ทางทีมงานได้นิยามไว้ 3 รูปแบบด้วยกันคือ

  1. Fashion model – กล้ามไม่ใหญ่มาก เน้นชัด ฟ้ต เฟิรม
    Fashion Model


  2. Fitness model – กล้ามใหญ่ขึ้นมาหน่อย

    Steve Cook – Fitness Model (ไอดอลเลย)
  3. Bodybuilder – นักเพาะกายอาชีพ
Phil Heath – แชมป์เพาะกายโลก

ทีนี้เรามาดูมุมมองต่อชายกล้ามโต ของผู้หญิง ผลจากการสอบถาม ผญ 100 คน

  • ทัศนะคติต่อ fashion model: ดูสมส่วน สุขภาพดี นายแบบ เหมือนเป็นนักแสดง แต่ไม่รู้ว่าเป็นชายแท้หรือเปล่า
  • ทัศนะคติต่อ Fitness Model: ดูปกป้องเราได้ แต่เริ่มเยอะเกินไป เป็นเกย์หรือเปล่า
  • ทัศนะคติ ต่อ Bodybuilder: น่ากลัว รู้สึกว่าเค้าจะให้เวลาตัวเองมากกว่ามาให้เวลาเรา ดูเหมือน The Hulk
  • มุมมองของชายกล้ามโต มองตัวเองอย่างไร: โครตเท่ มีเงินเป็นล้านก็ซื้อกล้ามไม่ได้ หญิงติดตรึม

ที่น่าสนใจคือ ทั้งผู้หญิง และผู้ชาย มีมุมมองที่แตกต่างกันพอสมควร แต่ที่น่าสนใจมากๆคือ ทำไม ผู้หญิง (และผู้ชายหลายคน) จึงคิดว่าหุ่นแบบ Fashion / Fitness Model “เหมือนเป็นเกย์” ซึ่งที่มาของมันก็ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 1994 ซึ่งเป็นยุคที่ผู้ชายกลุ่มหนึ่งเริ่มหันมาดูแลตัวเองกันมากขึ้น ซึ่งจากนั้นมา ก็มีการพัฒนากันมาเรื่อยๆ ตาม timeline นี้เลยครับ

*จริงๆผู้ชายที่ดูแลตัวเองก็มีมาตั้งนานแล้ว แต่แค่ว่านิยามเหล่านี้ เป็น TREND ที่มาแรงเท่านั้นเอง*

ผู้ชายแบบ Metrosexual – 1994 (Mark Simpson เป็นคนนิยาม)

  • ดูแลตัวเอง แต่งตัวเก่ง พิถีพิถัน ทันสมัย
  • ให้ความสำคัญกับ Brand
ดูแลตัวเอง ตั้งแต่ผิว ยันเสื้อผ้าหน้าผม

ผู้ชายแบบ Ubersexual – 2005

  • ดูแลตัวเอง แต่งตัวเยอะ
  • แต่มีความ masculine มากขึ้น (ดูตัวอย่าง Jude Law)
Look ผู้ดี มีชาติตระกูลมาก ต่างกับผม ที่วันๆใส่แต่ Sports Gear

ผู้ชายแบบ Spornosexual – 2014 (ดาราตัวอย่าง Christ Hemsworth)

  • Sport + porn + metrosexual
  • ชอบออกกำลังกาย ชอบเล่นกีฬา ใช้เรือนร่างของตัวเองในการดึงดูดทางเพศ
  • ให้ความสำคัญกับเรือนร่าง

ซึ่งทีมงานของทาง CMMU ก็ไปสืบค้นข้อมูล ของคนกลุ่ม Spornosexual ในบ้านเรา โดยมีการทำวิจัยด้วยการทำ Questionnaire 200 ชุด (และมีการเจาะกลุ่ม Focus Group เพื่อ Interview)

Sample group

  • เป็นผู้ชายที่ออกกำลังกาย
  • ต้องการให้ร่างกายดูน่าดึงดูด
  • อายุ 15-24
  • รายได้ประมาณ 30,000 บาท

เพื่อตอบให้รู้ๆกันไปเลย จะได้ไม่ต้องลุ้นนาน เรามาดูผลวิจัยกันครับ

ชอบเพศอะไร:

  • 1/4 ชอบเพศเดียวกัน
  • 38% ชอบทั้งหญิงและชาย

หนุ่มๆอยากได้หุ่นแบบไหนกัน

  • Fashion model – 47%
  • Fitness model – 44%
  • Bodybuilder – 9%

แรงจูงใจในการออกกำลังกาย สำหรับกลุ่ม Fashion model type

  • ดึงดูดทางเพศ 50%
  • ขาดความมั่นใจ 29%
  • อกหัก 6%
  • อยากเป็นเหมือนเพื่อน 6%

แรงจูงใจในการออกกำลังกาย สำหรับกลุ่มFitness model

  • ดึงดูดทางเพศ 29%
  • ลบปมด้อย 19%
  • ต้องการเอาชนะ 12%
  • แรงบันดาลใจจากหนัง 10%

แรงจูงใจในการออกกำลังกาย สำหรับกลุ่ม Bodybuilding

  • เป็นอาชีพ 44%
  • เสพติดความใหญ่ 33%
  • ต้องการเอาชนะตัวเอง 23%

ค่าใช้จ่ายของ ผู้ชายกลุ่ม Spornosexual สัดส่วนของเงินเดือน

  • อาหาร 21-30%
  • อาหารเสริม 10%
  • Gym 1-10%
  • อื่นๆ

จริงๆมีข้อมูลอีกเยอะมาก!!! ซึ่งเป็น Business Insight ทั้งนั้น แต่เนื่องจากว่าข้อมูลอื่นๆ เช่น Spending Behaviour หรือ Decision Making Factor ซึ่งน่าสนใจสุดๆ (ว่าคนกลุ่มนี้ใช้จ่ายยังไง และตัดสินใจจับจ่ายจากปัจจัยอะไรเป็นหลัก) สำหรับใครที่อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม แนะนำให้ติดต่อทาง CMMU โดยตรงครับ


สรุป

การที่เราจะเหมารวมว่าใครเป็นเกย์หรือไม่นั้น จริงๆแล้วมันมีปัจจัยเยอะมาก แต่สิ่งที่เราเรียนรู้จากบทความนี้ คือ “เราไม่สามารถเหมารวมได้” เพราะแม้แต่ในกลุ่มคน “ฟิตหุ่น” ที่หลายๆคนมองว่าอาจจะเป็นเกย์ ยังแบ่งเป็นกลุ่มย่อยอีกมากมาย

คำถามคือ แล้วมันสำคัญแค่ไหน ที่จะต้องรู้ว่าใครเป็นเกย์? เพราะสุดท้าย จะเป็นเกย์ หรือชายแท้ ก็เป็นคนคนหนึ่ง ซึ่งถ้าเป็นคนดี ขยัน ซื่อสัตย์ ก็เป็นคนน่าคบหา ไม่ต่างกัน

ดังนั้น ผู้ชายที่กลัวคนมองว่าเป็นเกย์ เพราะอาจจะดูแลตัวเอง ฟิตหุ่น อยากบอกว่าอย่าไปกังวลกับมันมากครับ มีเรื่องอื่นในชีวิตให้เป็นห่วงอีกเยอะ

ส่วนผู้หญิง ที่คิดว่าผู้ชายดีๆเป็นเกย์หมดแล้ว ก็อาจจะมีความหวัง เพราะ ยังเหลืออีกตั้ง 3/4 ที่ชอบผู้หญิง และอีกตั้ง 62% ที่….. อาจจะชอบคุณ หรือเพื่อนผู้ชายของคุณก็ได้

 


แล้วผมเป็นอะไร?

และขออีกนิยามนึง ที่ผมนิยามเอง เพราะตัวผมเองไม่ได้อยู่ในสามหมู่นี้เลย “บ้าพลัง และบ้างาน”

สำหรับผม ผมไม่แต่งตัว เสื้อผ้าไม่ซื้อ ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า และไม่ใส่น้ำหอม / ไม่ใช้ deoderant ผมชอบออกกำลัง ต้องการก้าวข้ามขีดจำกัดต่างๆ เช่นอยากแข็งแรง อยากตีลังกาได้ ส่วนหุ่นดีนั้นเป็นเรื่องของงานผมไม่ได้ชอบลงรูปโชว์หุ่นใน social แต่เพราะลงแล้ว “มันขายได้” เลยต้องลง

ขอจบด้วยประโยคนี้

“บางคน เป็นบางสิ่ง เพราะหน้าที่การงาน ส่วนบางคน ไม่สามารถแสดงออกบางสิ่งได้ เพราะสังคมตีกรอบไว้” ดังนั้น อย่าด่วนตัดสินครับ

แถม Content แนะนำ เรื่อง Sixpack

Facebook Comment

Online Coaching

ออกแบบโปรแกรมให้คำปรึกษาแบบออนไลน์

รายละเอียดคอร์ส

Physiotherapy Service

บริหาร บำบัด ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ

รายละเอียดคอร์ส

Personal Training

เรียนแบบส่วนตัวกับเทรนเนอร์

รายละเอียดคอร์ส

Personal Trainer Certification

หลักสูตรประกาศณียบัตรวิชาชีพเทรนเนอร์

รายละเอียดคอร์ส