Day: May 12, 2020

Travel Fit Guide : เที่ยวแบบพี่ฟ้าใส ทำไงก็ไม่อ้วน

“ไปเที่ยว ต้องเตรียมอะไรไปบ้างให้ไม่อ้วน” เวลาเราพูดถึงการ “คุมอาหาร” เวลาไปเที่ยว หลายๆคนอาจจะคิดว่า โอยยย ไปเที่ยวทั้งที ขอปลดปล่อยบ้างเห๊อะ! ผมอยากแนะนำว่า ถึงแม้จะเป็นการปลดปล่อยก็ควรจะมีสติอยู่เสมอ เพราะอย่าลืมว่าที่เราตั้งใจจะรักษาสุขภาพ รักษาหุ่น เราลงทุนลงแรงลงเงินไปเท่าไหร่ คงไม่มีใครอยากให้ทุกอย่างเสียเปล่าแน่ๆ บทความนี้ผมจะเอาตัวอย่างของที่ผมพกเสมอเวลาไปเที่ยว ทั้งต่างจังหวัด และต่างประเทศ ที่ทำให้ผมไม่อ้วนมาให้เป็นแนวทางครับ อย่างแรกเลย คือ Whey Protein หรือ Casein Protein ผมจะเอาใส่ Zip Lock ไป เตรียมไปเลย วันละ 2 scoops กินเช้า กับบ่ายๆ เพื่อให้ได้โปรตีนครบ เราจะได้ไม่ต้องกังวลกับการหา “แหล่งโปรตีน” กินมากนัก เพราะเวลาไปเที่ยว เราคงอยากกินของทอดๆ มันๆ บ้าง ไม่ได้อยากกิน Lean Protein ตลอดเวลา อย่างที่สอง Granola หรือ ธัญพืชรวมอบ – จริงๆที่ญี่ปุ่นก็มี แต่หาตามร้านสะดวกซื้อยาก เลยพกไปเป็น Snack และอาหารเช้าง่ายๆ ข้อดีคือ เวลาไปเที่ยวบางทีเราไม่ค่อยได้กินผัก ก็ยังได้ไฟเบอร์ จาก Granola ทำให้ท้องไม่ผูก อันนี้สำคัญนะ เพราะถ้าต้องอยู่นอกบ้านนานๆ หรือเดินทางนานๆแล้วท้องผูกนี่จบเลย วิตามินรวม – พกไปด้วย จะได้ไม่ต้องมานั่งกินผักกินผลไม้ให้ได้วิตามิน : ใครที่ไปเที่ยวแล้วกลับมามักจะป่วย เหนื่อย โทรม แนะนำให้พกไปด้วย ผง Stevia – หรือสารให้ความหวานแทนน้ำตาลแบบไม่มีแคลอรี่ ทำให้เราสามารถแวะกินกาแฟหรือช็อคโกแลตร้อนได้ ซึ่งช็อคโกแลตร้อนโดยปกติ พลังงานประมาณ 200 แคลฯ แต่ถ้าบอกเค้าไม่ใส่น้ำเชื่อม และเราเอามาใส่ Stevia แทน กลายเป็นไม่ถึง 100 แคลฯ !!! Resistance Band – ยางยืดออกกำลังกาย (ซื้อตามห้าง เส้นละ

ชอบกินชาไข่มุกแต่กลัวอ้วน ทำไงดี!?

ชาไข่มุก เป็นเครื่องดื่มที่ฮิต และขายดีอยู่ยงคงกระพันมาตั้งแต่ผมยังเป็นวัยรุ่นอยู่ ซึ่งเมื่อก่อนจะมีลูกเล่น ตั้งแต่การทำแก้วใหญ่ยาว ทรงแปลกๆ หรือการเอาเครื่อง shake มาเขย่าโชว์หน้าร้าน ตอนเด็กๆ ผมชอบกินมาก กินได้ทุกวัน และผมรู้ว่ามีหลายคนที่ชอบกินเหมือนกัน แต่พอกระแส eat clean มาแรง หลายๆ คนคงจะมองเครื่องดื่มนี้ด้วยสายตาดูแคลน เพราะมันช่างไม่ “clean” เอาซะเลยหรือหลายๆ คนก็จะออกอาการสับสน ชาไข่มุกก็อยากกิน อยากหุ่นดีก็อยาก จะทำยังไงดีล่ะทีนี้?? รู้หรือไม่ ชาไข่มุก 1 แก้ให้พลังงานมากกว่าหรือเทียบเท่ากับเกาเหลา 1 ชามหรือน้ำพริก+ปลาทู 1 ตัวหรือข้าว 1 จาน+ ไข่ต้ม 2 ฟอง ถามว่าเยอะมั้ย? สำหรับคนที่กินวันละ 2800-3500 cal อย่างผม ถือว่าไม่เยอะเลยแต่สำหรับผู้หญิงที่กินวันละ 1500-1800 cal ถือว่าเยอะมาก แล้วจะทำยังไงดี ยังอยากกินอยู่ดี?? ชอบกินทั้งที ต้องกินอย่างมีความรู้ครับ เรามาทำความรู้จักกับมันกันก่อนครับ… ชาไข่มุกแบบชานม 1 แก้วขนาด “ปกติ” + ไข่มุก จะมีคุณค่าทางโภชนาการประมาณนี้ Protein 4-5g มาจากนมFat 15g มาจากนมเช่นกันCarb 50g+ มาจากเจ้าไข่มุก และจากน้ำตาล(ภาษาอังกฤษเรียกว่า tapioca pearl / bubble tea สำหรับใครที่อยาก search เอง) รวมแล้วได้ประมาณ 355-400 cal ต่อแก้ว *อาจจะแตกต่างกันไปแล้วแต่ร้าน ทำไมกินแล้วอ้วน Calorie มาจากไหนเยอะ?? ส่วนใหญ่สาเหตุที่กินแล้วอ้วนนั่นเป็นเพราะตัว ไข่มุก นั้นมีคาร์โบไฮเดรตสูงมาก และ “อัดแน่น” ทำให้ในปริมาณนิดเดียว มีพลังงานเยอะมาก ยังไม่รวมน้ำเชื่อม และไขมันจากนม แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าเราจะกินไม่ได้ซะหน่อย!  ถ้าอยากกินทำยังไง? ใช้หลัก 3 ข้อนี้ 1. ตัดแคลอรี่จากส่วนอื่นๆ ออกถ้าจะกินชาไข่มุก ให้คิดไว้เลยว่าวันนั้นคุณต้องตัดแคลอรี่

น้ำมัน!!! ใช้ยังไงให้ไม่อ้วน??

ก่อนจะไปที่วิธีการใช้น้ำมันให้หุ่นดี มาแก้ข้อเข้าใจผิด 3 ข้อ เกี่ยวกับน้ำมันพืชกันก่อนครับ “น้ำมันพืชกินแล้วอ้วน” “น้ำมันมะกอกใช้ปรุงอาหาร ดีมาก ไม่อ้วน” “ไขมันอิ่มตัว ไม่ดี อ้วน” เรามาแก้ข้อเข้าใจผิด 3 ข้อนี้กันก่อนครับ “น้ำมันพืชกินแล้วอ้วน”น้ำมัน จะน้ำมันอะไรก็ตาม ถ้ากินไม่เกินกว่า Calorie ที่เราต้องการ ก็ไม่อ้วนครับ “น้ำมันมะกอกใช้ปรุงอาหาร ดีมาก ไม่อ้วน”ขึ้นชื่อว่าน้ำมัน ไม่ว่าจะน้ำมันอะไรก็ตาม กินเยอะไป ก็อ้วนครับ “ไขมันอิ่มตัว ไม่ดี อ้วน”ไขมันอิ่มตัว ไม่อิ่มตัว มีผลต่อสุขภาพจริง แต่…. จะอิ่มตัวไม่อิ่มตัว กินเกินก็อ้วน กินไม่เกิน ก็ไม่อ้วนครับ ทีนี้เรามาดูกันดีกว่า ว่าใช้น้ำมันอะไรปรุงอาหารดี ขออธิบายเพิ่มเติมสำหรับตารางนี้นะครับ Smoke Points: เมื่อไขมันโดนความร้อนสูงมากๆ น้ำมันจะเปลี่ยนสภาพและเริ่มเกิดการไหม้เป็นควันได้ ซึ่งทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระ สารก่อมะเร็งและสารพิษอื่นๆ ดังนั้น ยิ่งไขมันมีจุด Smoking Point สูงเท่าไหร่ ยิ่งดีครับ ความคงที่: ไขมันอิ่มตัวนั้นมีความคงที่สูง ดังนั้นจึงคงสภาพแข็งตัวอยู่ในอุณหภูมิห้องได้ ส่วนไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว หรือ Monosaturated Fat นั้นมีความคงที่รองลงมา และที่ไม่คงที่ที่สุดคือไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนหรือ Polyunsaturated Fat ซึ่งเราดูว่าน้ำมันชนิดไหน มีความคงที่เท่าไหร่ เราดูได้ที่สัดส่วนของชนิดของกรดไขมันอิ่มตัวและไม่อิ่มตัวนั่นเอง จากภาพตัวอย่าง: น้ำมันมะพร้าวมีความคงที่สูงสุด เพราะมีกรดไขมันอิ่มตัวสูง ทนความร้อนได้ดี น้ำมันดอกทานตะวันมีความคงที่ต่ำสุด เพราะมีกรดไขมันอิ่มตัวต่ำ และกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนสูง ทนความร้อนได้ไม่ดี ไขมันแต่ละอย่าง เหมาะกับหน้าที่ที่ต่างกัน ทำอาหารไฟแรงๆ ควรใช้ไขมันที่มีความคงที่สูง เช่นน้ำมันมะพร้าว ทำอาหารไฟไม่แรงมาก และไม่ได้ผัด ทอด นานๆ ใช้น้ำมันอื่นๆได้ นำมาทำน้ำสลัด ใช้น้ำมันมะกอก ส่วนน้ำมันพืช เช่นน้ำมันปาล์ม ถั่วเหลือง ดอกทานตะวัน ข้าวโพด ไม่แนะนำให้กินครับ List อาหารที่มีไขมันดี ที่แนะนำ ทั้งนี้ทั้งนั้น ใครที่ดูตารางนี้แล้วคิดว่า งั้นกินน้ำมันมะพร้าวเยอะๆ หรือกินเนยเยอะๆไม่เป็นไรสิ แบบนี้อาจจะคิดผิดครับ เพราะวันนี้เราพูดถึงแค่การเลือกใช้ไขมันในการปรุงอาหาร  แต่เพื่อให้เห็นภาพ

ขาใหญ่ ทำยังไงดี!

ขาใหญ่ ทำยังไงดี! รวมปัญหาโลกแตก และแนวคิดใหม่ๆที่คุณต้องรู้ (แถมท่าออกกำลังกาย) “อยากลดหุ่นแต่ไม่กล้าวิ่งเพราะกลัวขาใหญ่ค่ะ” “อยากเล่นเวทให้เฟิร์ม แต่กลัวขาใหญ่จังค่ะ” “อยากเล่นกล้ามแต่กลัวขาใญ่ใส่กางเกงเด๊ปไม่ได้ครับ” Comment ยอดฮิตเลยนะครับ เจอบ่อยมาก และผมเชื่อว่าคนที่ออกกำลังกาย มักจะมีเพื่อนๆ มาถามแนวนี้เยอะ จนบางทีเพลียที่จะตอบ เอาเป็นว่าผมตอบแทนให้เป็นข้อๆ เลยละกัน! ร่างกายคนเรานะครับ แขน ขา เอว จะใหญ่จะเล็ก มันมีองค์ประกอบหลักๆ ดังนี้ครับ 1. ไขมันใต้ผิวหนัง – เป็นเหมือน layer แรก คนที่ไขมันเยอะ ก็เหมือนใส่เสื้อหนาๆ แขนขาย่อมใหญ่เป็นธรรมดา 2. กล้ามเนื้อ – ยิ่งกล้ามเนื้อเยอะ ก็ยิ่งดันให้ size ใหญ่ขึ้น แต่ต้องเยอะจริงๆ นะครับ  3. กระดูก – กระดูกใหญ่ ก็เหมือนแกนกลางใหญ่ แต่ข้อนี้เราทำอะไรกับมันไม่ได้ครับ ทำใจอย่างเดียว ทีนี้มาดูกันว่า มีกรณีไหนบ้างที่เราจะเป็นได้ กล้ามน้อยไขมันเยอะ – ดูรูปประกอบ… แบบนี้เรียกว่า skinny fat พบได้กับคนที่ออกกำลังกายไม่ถูกวิธี เช่น วิ่งเยอะมากและอดอาหาร หรือกินเหล้าเยอะ หรือไม่ยอมออกกำลังกายเลย ใส่เสื้อผ้าก็ดูปกติดีนะ แต่ถอดปุ๊ป หรือจับๆตัวจะรู้สึกเหลวๆ หรือว่าถ้าไขมันเยอะมากๆ ก็เข้าข่ายคนอ้วนนั่นเอง กล้ามน้อยไขมันน้อย – แบบนี้คือผอม ส่วนใหญ่เป็นกรรมพันธุ์ (hormones thyroids ทำงานหนักและ insulin sensitivity ต่ำ) กินอะไรเข้าไปร่างกายไม่ค่อยเอาไปสร้างกล้าม หรือเก็บเป็นไขมัน จะเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้ายแล้วแต่คนมอง คนกลุ่มนี้ควรยกเวทหนักๆ กินเยอะๆ ให้ถูกวิธีครับ กล้ามเยอะไขมันเยอะ – สายหมี นักซูโม่ ตัวใหญ่มาก ไขมันเยอะ เหมือนใส่เสื้อหนาวอยู่ คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ยกเวท กินเยอะ แต่ไม่ได้ดูแลว่าร่างกายต้องการกี่แคลอรี่ต่อวัน (หรือกำลัง bulk) ไขมันเลยไม่ลดซะที จับดูผิวหนังนิ่มๆ แต่ตัวแน่นๆ แรงเยอะ กล้ามเยอะไขมันน้อย – นี่แหละเป้าหมายทุกคน

ลดเค็ม ลดอ้วน… ? เรื่องจริงเกี่ยวกับ Sodium

“อย่ากิน sodium นะ ไม่ดี!” “ลดเค็มลดอ้วน” …. แบบนี้ชีวิตก็จืดชืดแย่สิ!!!ต้องกินแต่จืด ๆ ทั้งชีวิตจริง ๆ เหรอเนี่ย!!!!! ผมเห็นคนชอบพูดกันเยอะ ว่าให้ลดเกลือ ระวัง Sodium แต่พอถามไป น้อยคนนักที่จะรู้ว่า Sodium คืออะไร ทำไมกลัวกันจัง?? บทความนี้อยากจะมาตอบคำถามที่สงสัยกันว่า …แล้ว Sodium มันมีประโยชน์มั้ย?? แล้วกินเท่าไหร่ดี (สำหรับคนปกติ และคนออกกำลังกาย)?? Sodium คืออะไร?? Sodium เป็นแร่ธาตุหนึ่ง ที่เราได้รับหลักๆมาจากเกลือ (เกลือ 1 กรัม มี sodium 40% และ Choride 60%) Sodium เป็นแร่ธาตุหนึ่งที่ร่างกายเราต้องการ ก่อนอื่น บอกกันตรงนี้เลยนะครับ ว่ามนุษย์จะไม่สามารถมีชีวิตรอดหากขาด Sodium เพราะ Sodium มีหน้าที่เป็นสื่อนำกระแสไฟฟ้าในร่างกาย เพราะว่าร่างกายเราส่งคำสั่งจากสมองไปยังส่วนต่างๆ ผ่านระบบประสาท ซึ่งใช้กระแสไฟฟ้า ดังนั้น ถ้าไม่มี Sodium เราก็จะเคลื่อนไหวไม่ได้ และ Sodium ยังทำหน้าที่ช่วยรักษาระดับน้ำในเซล และในร่างกาย  หากเราขาด Sodium จะมีอาการ Hyponatremia ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นมาจากการที่เราสูญเสียน้ำในร่างกายมากๆ (sodium ไหลออกไปกับน้ำ) เช่นเวลาท้องเสีย หรือเสียเหงื่อนานๆ ซึ่งปัญหาคือหลายๆคนพยายามดื่มน้ำเยอะๆ แต่หารู้ไม่ว่า ถ้าไม่มี Sodium ร่างกายก็ใช่จะนำน้ำที่ดื่มไปเยอะๆนั้นไปใช้ได้  อาการของคนที่ขาด Sodium ก็จะมีอาการตั้งแต่ ปวดหัว ตะคริวกินบ่อย ไม่ค่อยมีแรง ใครเคยเล่นกีฬาแล้วตะคริวกิน? ใครเคยวิ่ง เหงื่อออกแล้วรู้สึกหวิว หมดแรง? นั่นคือสัญญาณบอกเหตุของการขาด Sodium นะครับ เมื่อมันดีขนาดนี้ ทำไมคนยังกลัวล่ะ?? เนื่องจาก Sodium ทำให้มีน้ำในร่างกาย แน่นอนว่ากิน Sodium เยอะ ทำให้มีน้ำในเลือดเยอะ เป็นเหตุว่าทำไมกินเค็มแล้วความดันสูงไง! ทีนี้อยากให้เข้าใจนิดนึงว่า

คัมภีร์นักดื่มสายฟิต – เมายังไงไม่อ้วน! รวมข้อมูล Calorie และความรู้

ก่อนอื่น เพื่อให้ทุกคนสบายใจ ขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า การสอนแบบ Fit Junctions เราไม่แนะนำให้คุณต้องอด ต้องเลิก ตัดขาดสังคม ดังนั้น ถ้าถามว่าดื่มเหล้า เบียร์ได้ไหม ขอตอบตรงนี้ สั้นๆ ว่า “ได้”  อ่านต่อนิดนึง! จะได้รู้ว่าแค่ไหนพอดี และแค่ไหน ไม่อ้วน! OK! บทความนี้ผมเขียนให้ละเอียด ยิบๆ เอาไว้เป็นคู่มือ ก่อนเที่ยว มาอ่านซะ เพื่อให้เรารู้ทันแอลกอฮอล์ครับ สารบัญ  กินเหล้าเท่าไหร่ ถึงเรียกว่าพอดี Calorie ในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เล่าเรื่องเหล้า – กินให้อร่อยต้องรู้ที่มาที่ไป กินเหล้าแล้วกล้ามหายมั้ย กินเหล้าแล้วอ้วนมั้ย กินเท่าไหร่ถึงจะเรียกว่า “พอดี” ก่อนอื่นมาดูก่อนว่าแอลกอฮอล์แต่ละประเภท แบ่งเป็น “หน่วยบริโภค” ง่ายๆ ยังไง Beer 1 ขวดเล็ก 360-440 ml = 3 หน่วยบริโภค Wine แก้วเล็ก 125-150 ml – 1.5 หน่วยบริโภค Alcopop หรือพวก เหล้าอัดลมซ่าๆ 1 ขวด 275-360ml – 1.5 หน่วยบริโภค เหล้าสีปกติ แอลกอฮอล์ 40% 1 กลม 750 ml – 30 หน่วยบริโภค เหล้าสีปกติ แอลกอฮอล์ 40% 1 shot 25ml – 1 หน่วยบริโภค หน่วยบริโภคเหล่านี้ ผมนำมาจากเว็บ http://www.drinkaware.co.uk/ ซึ่งเป็นเว็บที่ช่วยเราคำนวณประมาณเหล้าที่ดื่มได้พอเหมาะและไม่ทำร้ายสุขภาพมากนักครับ ทีนี้มาดูกันว่า ควรจะดื่มเท่าไหร่ดี ผู้ชายดื่มไม่เกิน 3-4 หน่วยบริโภค ต่อวัน ผู้หญิงดื่มไม่เกิน 2-3 หน่วยบริโภค

Cardio คืออะไร! ทำนานๆ หรือทำเร็วๆ ดีกว่ากัน? ใช้เครื่องไหนดี?

Cardio คืออะไร! ทำนานๆ หรือทำเร็วๆ ดีกว่ากัน? ใช้เครื่องไหนดี? Cardio คืออะไร Cardio ย่อมาจาก cardiorespiratory training หรือให้แยกเป็นคำๆ เป็นรากภาษากรีกมาจากคำว่า Kardia ครับ  Cardio แปลว่าหัวใจ ส่วน respiratory (system) คือระบบการหายใจ ซึ่งการฝึกฝนทั้งสองอย่างนี้ ส่วนใหญ่จะใช้การทำกิจกรรมต่อเนื่อง เช่นการวิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือแม้แต่การเล่นกีฬา และการยกเวท (ในรูปแบบของ circuit training) ก็ “อาจจะ” เรียกได้ว่าเป็นการ cardio ครับ รวมความเชื่อผิดๆ อยากกล้ามใหญ่ ไม่ควร Cardio เดี๋ยวกล้ามหาย ควร Cardio ตอนเช้าตอนท้องว่าง จะได้ใช้ไขมัน การ Cardio ต้องทำ 45 นาทีขึ้นไป ต้อง Cardio ที่อัตราการเต้นของหัวใจเท่านั้นเท่านี้ถึงจะผอม การเดินไม่นับว่าเป็นการ Cardio  ใครเคยได้ยินคำพูดเหล่านี้มาก่อน… ขอบอกตรงนี้เลยว่า ผิดหมด! เพราะอะไร อยากรู้ลึกๆ อ่านต่อเลยครับ Cardio มีแบบไหนบ้าง ขอแบ่งเป็น 2 แบบ ง่ายๆ 1. Steady state หรือการทำแบบต่อเนื่อง  Cardio แบบแรกขอเรียกว่า Steady state หรือการทำแบบต่อเนื่องจริงๆ นานๆ (ก็มีตั้งแต่ 30-60 นาที ไปจนถึงนานกว่านั้น)  ส่วนใหญ่การทำแบบ Steady State จะไม่ค่อยหวือหวา คือเริ่ม speed ไหน (หลัง warm up) ก็จะอยู่ที่ speed ไกล้เคียงนั้นไปจนจบ  เช่น วิ่งที่ 8km/h 30-45

สอนนับแคล Honey Toast… กินยังไงไม่อ้วน + รีวิวร้านอร่อย

สารบัญ  กิน Honey Toast (และขนมอื่นๆ) อ้วนมั้ย กิน Honey Toast ยังไงไม่ให้อ้วน วิธีคำนวน Calorie ในขนมเวลาไปกินนอกบ้าน  ข้อมูลโภชนาการของส่วนผสมใน Honey Toast  เคล็ดลับง่ายๆสำหรับคนกินนอกบ้านบ่อยๆ Review Honey Toast ร้านอร่อย  กิน Honey Toast แล้วอ้วนมั้ย ตอบ: หลายๆคนอาจจะคิดว่ากินขนมมันๆ และกิน Fast Foods แล้วอ้วน เลยคิดไปว่าอะไรที่อร่อยๆก็อ้วนหมด (เคยเห็นนะ มีป้ายโฆษณาอันนึง บอกว่าระวังไว้ ของโปรดคุณ) ขอตอบว่าผมไม่เห็นด้วย เพราะการที่เราจะอ้วนไม่อ้วน หลักการมันง่ายมาก  ว่าถ้าเรากินน้อยกว่าใช้ = ผอม กินมากกว่าใช้ = อ้วน ส่วนการที่เราจะมีสุขภาพดีได้นั้น มันเกิดขึ้นมาจากคำว่า “พอดี”  ไม่ได้แปลว่าอ่านบทความนี้เสร็จจะกลับไปกิน Honey Toast แทนข้าวทุกมื้อ  เชื่อมั้ย ว่าเคยมีคนถามว่า  “เอ้อ ถ้าผมกินไม่เกิน Calorie ยังไงผมก็ไม่อ้วนใช่ปะ งี้ผมกินแต่ไอติมทั้งวันทุกวันก็ได้ใช่ปะ” คำตอบคือ… “ที่ละเอียดกว่าการนับ Calorie คือการได้รับสารอาหารที่เหมาะสม และครบถ้วน ตั้งแต่โปรตีน ไขมัน แป้ง และที่สำคัญ วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ถ้าคุณกินไอติมทั้งวัน คุณคิดว่าคุณขาดอะไบ้าง? ถึงจะไม่อ้วน แต่สุขภาพก็เสียแน่นอนครับ” แล้วคำนวณ Calorie ยังไงว่าจานนึงมีกี่แคล ดูมันยุ่งยากมาก จริงๆแล้วการคำนวณ Calorie อาหารไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่หลายๆคนคิด  วันนี้มีขั้นตอนง่ายๆ มาฝากกัน ดูว่าอาหารที่เรากำลังจะกิน ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง เช่นถ้าเจอเปาะเปี๊ยะ เราก็ต้องคิดตาม ว่ามันมีไส้อะไร แป้งห่อ มีน้ำมัน … แยกเป็นส่วนๆก่อน จากนั้นเราไป Search ใน Google ได้ว่าแต่ละอย่างมีกี่แคล ถ้าไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไร ก็เปิดดิก! (ขั้นตอนนี้แรกๆอาจจะยุ่งยาก แต่ทำแล้วจดไว้นะ

รีบๆ หรือ ช้าๆ : ฟิตหุ่นแบบไหนดีกว่ากัน – เทคนิคง่ายๆ ที่จะทำให้คุณฟิตแบบมีสมอง!

ออกกำลังกายแบบรีบๆ กับแบบใจเย็นๆ แบบไหนดีกว่ากัน เคยสงสัยมั้ย ว่าบางคนออกกำลังกายแบบ ฮึดมากๆ ทนกินไปได้ไงไม่รู้อาหารจืดๆ และออกกำลังกายหนักๆ สงสัยมั้ยว่าเค้าทำได้ยังไง และได้ผลมั้ย และเราควรทำตามหรือเปล่า หรือว่าบางคนฟิตหุ่นแบบใจเย็นๆ กินอะไรนอกบ้านประจำ ก็เห็นเค้าได้ผลดี สรุปแล้วแบบไหนมันดีกว่ากัน?! วันนี้เรามาหาคำตอบ และผมมีข้อคิดง่ายๆมาฝากกันครับ ขอแบ่งหมวดหมู่คนเป็น 3 ประเภทครับ A แบบใจเย็น ค่อยๆเป็นค่อยๆไป  B แบบใจร้อน คุมเคร่ง สุดโต่ง C ไม่เคยคิดจะคุม อ้วนก็ปล่อยอ้วน ไม่ได้คิดจะฟิตหุ่น แบบ A ใจเย็นๆ ช้าๆ ไม่ทรมาน  บางคนไม่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองมาก เลยเลือกออกกำลังกายแบบค่อยๆเป็นค่อยๆไป ช้าๆ  คุมอาหารบ้าง บางทีก็ปล่อยบ้าง ไม่เครียด  ออกกำลังกายบ้าง อาทิตย์ละ 2-3 วันหรือมากกว่านั้น แต่วันไหนถ้าไม่ได้ไปก็ไม่เดือดร้อน ข้อดี: คนที่ทำแบบนี้ จะมีสุขภาพจิตดี และเข้าสังคมได้ง่ายโดยไม่ต้องเปลี่ยนอะไรมาก กินข้าว ไปเที่ยว ก็กินได้สบายๆ และไม่ต้องใช้เวลาในยิมมากเท่าไหร่ ข้อดีของการทำอะไรช้าๆ คือโอกาสผิดพลาดน้อย เช่น ค่อยๆเพิ่มกล้าม เราก็จะไม่กินเยอะจนอ้วน หรือค่อยๆลดไขมัน เราก็จะไม่โหยจนเกินไป  ข้อควรระวัง: สำหรับคนที่ใจเย็นๆ บางทีเราลืมตั้งเป้าหมาย ทำให้ผลลัพธ์ได้ช้า หรือบางที เราได้ผลช้า เลยเกิดการท้อได้  แบบ B ใจร้อน เห็นผลเร็วๆ  บางคนชอบท้าทายๆ ชอบเห็นผลเร็วๆ และใจร้อน จึงยอมใช้ชีวิตสุดโต่ง  คนประเภทนี้ มักจะโพส หรือพูดคำประเภท “no pain no gain” หรือให้เหตุผลว่า “ยอมทำอะไรที่คนอื่นไม่ทำ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหนือกว่า” ยอมทรมานได้ ยอมกินอาหารที่ตัวเองไม่ชอบ และออกกำลังกายหนักๆ บ่อยๆ ถึงขั้นไม่เข้าสังคม หรือบางทีต้อง Pack อาหารไปกินเวลาสังสรรค์ ข้อดี: ได้ผลลัพธ์ที่เร็ว (ถ้าทำถูกวิธีนะ) และได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆเยอะมากในเวลาอันสั้น

ฟิตง่ายๆ เริ่มต้นแค่ 5 Steps: สอนกิน และออกกำลังกาย แบบง่ายๆ

Level: SUPER EASY เหมาะกับ: คนที่อยากเริ่มต้นฟิต แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน “อยากฟิตนะ แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง…คุมอาหาร ออกกำลังก็ดูยุ่งยากจัง” ผมเข้าใจนะ ว่าหลายๆคนเคยคิดว่าการจะ “ฟิต” ได้นี่ช่างเป็นเรื่องยากอาหารการกินทรมานเหลือเกิน ต้องตัดแป้ง ลดของอร่อยของกินก็ต้องกินแต่ผักต้ม ไก่ต้ม ข้าวกล้อง น่าเบื่อๆ แถมออกกำลังกายเยอะแยะ ดูยาก …. วันนี้ เราเราขอสรุปขั้นตอนง่ายๆ เป็น5 STEPS หรือ ก้าวแรก สำหรับคนอยากเริ่มฟิต เราแบ่งขั้นตอนต่างๆให้เข้าใจง่าย จบใน 5 วัน (ในคลิปเดียว จบ)Program 5 วันนี้ เราเน้นง่ายไม่ต้องศัพท์สูง ไม่ต้องคำนวนอะไรทั้งนั้น เน้นง่ายสุดๆ และไม่ต้องอดอาหารอร่อย ไม่หักโหม ตาม Style Fitjunctions สารบัญเนื้อหาใน Video 1. เลือกของทอดยังไง2. เลือกเครื่องดื่ม / กาแฟยังไง3. วิธีกะปริมาณแป้ง ง่ายๆ4. วิธีเลือกผัก กินนอกบ้าน5. ออกกำลัง: เริ่มจากง่ายไปยาก รับรองเลยว่าแค่ทำได้ 5 วันนี้ เราสามารถเปลี่ยนชีวิตให้ฟิตขึ้น และมีทัศนะคติที่ดีขึ้นเกี่ยวกับการออกกำลังกาย และดูแลอาหารการกินแน่นอน เชิญชมได้เลยครับ (ในคลิป มีบอกหมด ทั้งท่าออกกำลังกาย และเรื่องโภชนาการ) สำหรับคนที่ดูคลิปแล้ว อยากได้ตารางเป็นตัวหนังสือ เราทำไว้ให้ข้างล่างนี้แล้วครับ Day 1: กระโดดตบ! การเริ่มออกกำลังกาย จริงๆไม่จำเป็นต้องยาก แค่เริ่มจากอะไรก็ได้ ง่ายๆ สำหรับท่าออกกำลังกายในวันที่ 1 นี้ เรามาเริ่มด้วยท่าง่ายๆ ซึ่งก็คือท่ากระโดดตบ การกระโดดตบ เป็นท่าที่สามารถทำที่ไหนก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรเลย แถมง่ายมากๆ ท่ากระโดดตบวันนี้เราเอามาฝากสองแบบ แบบแรกคือการกระโดดตบแบบปกติ คือกางแขนออกข้างลำตัว จริงๆแล้วการกระโดดตบ ไม่จำเป็นต้องเอามือขึ้นไปตบกันเหนือหัวก็ได้ครับ เพราะบางคนทำแล้วจะเจ็บไหล่ แบบที่สอง เรียกว่าท่า Zombie ทำเหมือนกับวิ่งอยู่กับที่ โดยแกว่งแขนตรงๆขึ้นมาด้านหน้าลำตัว แบบนี้จะใช้กล้ามเนื้อคนละส่วนกันครับ สำหรับผู้เริ่มต้น