Day: May 12, 2020

ศีลอดรอมฎอน กับการฟิตหุ่น ไปด้วยกันได้ไหม FT. พี่นุ๊ก สุทธิดา

บทความนี้ผมตั้งใจเขียนให้กับเพื่อนๆชาวมุสลิมที่จะต้องถือ “ศีลอด” ของชาวมุสลิม หรือรอมะฏอน / รอมฏอน ถึงผมจะผมไม่ได้นับถือศาสนาอิสลาม แต่ว่าผมเคยศึกษาลักษณะการคุมอาหารด้วยวิธี Intermittent Fasting ซึ่งไกล้เคียงกับการถือศีลอดมาก่อน (ในช่วงที่ทำ ผมปฏิบัติการ “อด” อาหารทุกวัน วันละ 16-20 ชั่วโมงเพื่อสุขภาพ) จึงอยากจะนำประสปการณ์ และข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มาช่วยทำให้เพื่อนๆทั้งชาวมุสลิม และศาสนาอื่นๆ ตามหัวข้อดังนี้ครับ การถือศีลอดมีข้อดีต่อร่างกายยังไงบ้าง สำหรับคนที่ต้องการรักษากล้ามเนื้อมีวิธีการ ออกกำลัง-การกินยังไงบ้าง สำหรับคนที่ต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อทำได้ไหม ทำอย่างไง และกินยังไง สำหรับคนที่เล่นกีฬา แล้วต้องการเพิ่มทักษะทางกีฬา หรือไม่ต้องการให้ทักษะทางกีฬาลดลงต้องทำยังไงและกินยังไง จริงหรือไม่ที่การถือศีลอดจะช่วยให้ร่างกายนำไขมันที่มีอยู่ออกมาใช้ ถ้าจริงอธิบายกระบวนการทำงานด้วยค่ะ  สำหรับสาวๆที่อยากผอม แต่ไม่ค่อยมีกิจกรรม ในช่วงถือศีลอดมีวิธี กินอย่างไร หรืออะไรที่ต้องระวังไม่กิน ใน ช่วงนี้ไหม สรุป กระบวนการทำงานของร่างกายในช่วงถือศีลอดให้หน่อย และมีข้ออะไรฝากให้คิด ในการเลือกรับประทาน และเลือกกิจกรรม ในช่วงนี้ บทความนี้ ผมเขียนไว้เมื่อสองปีที่แล้ว ปีนี้ ก็จะเป็นรอมฎอนที่ 3 แล้ว กับการเขียนบทความของผม จึงอยากเพิ่มเติมเนื้อหาด้วยการเชิญพี่นุ๊ก สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา หรือพี่ อาอีซะห์ มาช่วยถามคำถามแทนเพื่อนๆชาวมุสลิมที่อ่านบทความนี้ครับ สำหรับผู้ที่ไม่ใช่ชาวมุสลิม หลายๆคนอาจจะสงสัยว่าเอ๊ะ รอมฏอนคืออะไร? (ถ้าข้อมูลของรอมฏอนที่ผมให้มาผิดพลาดประการใด ต้องขอโทษในที่นี้ด้วยครับ เพราะข้อมูลบางอันผม search เป็นภาษาอังกฤษ อาจจะไม่ตรงกับการปฏิบัติของชาวมุสลิมในไทย) ในเดือนรอมฏอน ชาวมุสลิมที่ถึงวัยแล้วจะต้องอดอาหารและน้ำ เริ่มจากเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้น จนอาทิตย์ตกดิน (สำหรับปีนี้ คาดว่าจะตั้งแต่ตี 5 ถึง 1 ทุ่ม) ทำนี้สำหรับคนที่ออกกำลังกาย ก็มีคำถามผุดขึ้นมาว่า “แล้วแบบนี้กล้ามไม่หายหรือ….และจะดีต่อสุขภาพไหม” ซึ่งบทความนี้ ผมเขียนไว้เมื่อสองปีที่แล้ว ปีนี้ ก็จะเป็นรอมฎอนที่ 3 แล้ว กับการเขียนบทความของผม จึงอยากเพิ่มเติมเนื้อหาด้วยการเชิญพี่นุ๊ก สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา หรือพี่ อาอีซะห์ มาช่วยถามคำถามแทนเพื่อนๆชาวมุสลิมที่อ่านบทความนี้ครับ ถาม ตอบ: เกี่ยวกับรอมฎอน พี่นุ๊ก: การถือศีลอดมีข้อดีต่อร่างกายยังไงบ้าง

ชวนคนใกล้ตัวไป Workout! เริ่มยังไงดี 3 ข้อที่จะช่วยคุณชักชวนพ่อแม่พี่น้องไปออกกำลังด้วย

สารบัญบทความ: 3 เทคนิคการโน้มน้าวคนใกล้ตัว 4 ข้อห้ามที่ไม่ควรทำ การออกกำลังกาย เป็นเรื่องที่เราทำเพื่อตัวเอง แต่บางครั้งก็อดไม่ได้ที่อยากจะให้คนใกล้ตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน พ่อแม่พี่น้อง และแฟน ไปออกกำลังกายเพื่อให้มีสุขภาพดี ซึ่งบางที ไม่ได้ชวนกันง่ายๆ! บทความนี้เราจะมาพูดถึงเทคนิคการโน้มน้าวกันครับ ก่อนอื่น เราต้องเข้าใจก่อนว่า กำลังใจในการออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพของเรานั้น ส่วนหนึ่งเลยมาจาการที่เราได้รับการสนับสนุนจากคนรอบข้าง เช่นการที่คนที่บ้านเข้าใจเราว่าเราชอบออกกำลังกายและซื้อรองเท้าออกกำลังกายมาให้ จะทำให้เรามีแรงบันดาลใจในการออกกำลังกายมากขึ้น ซึ่งปัจจัยที่จะทำให้เรามีแรงฮึดได้นั้น หลักๆมาจาก การมองเห็นคุณค่าของการกระทำสิ่งนั้นๆ เช่น รู้ว่าออกกำลังกายแล้วหุ่นดี ดูดี หาแฟนง่าย เลยออก การมองเห็นโทษของการไม่กระทำ เช่น รู้ตัวว่าถ้าปล่อยให้ตัวเองอ้วนมากๆจะเป็นโรค อายุจะสั้น เลยออกกำลัง การมีการสนับสนุนจากคนไกล้ตัว เช่น พ่อแม่พี่น้อง ซื้อรองเท้ามาให้ในวันเกิด อยากออกกำลังกายขึ้น 100% การมีความรู้ ว่าเราจะออกกำลัง และคุมอาหารยังไง (เลยต้องอ่านบทความ Fitjunctions ไง) จะได้ไม่ท้อ และไม่สับสน และที่สำคัญ​ Know How นั้นต้องเข้ากับ Lifestyle เราด้วย ไม่ใช่ออกกำลัง 6 วัน กินแต่ผักกับไก่ต้ม แบบนี้คงจะบั่นทอน ซึ่งนี่แหละครับ คือสิ่งที่วันนี้เราจะมาคุยกัน ว่าจะทำยังไง! ให้ทั้งตัวเอง และคนข้างๆเรามาออกกำลังกายด้วยกัน ซึ่งวิธีที่เราจะทำก็มีแค่ 3 ข้อง่ายๆครับ 1. ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ง่ายมาก เริ่มจากการที่เราเอาตัวเองให้รอดก่อน ลุยเลยครับ เค้าไม่ออกไม่เป็นไร เราออกให้เค้าดู ว่าเราทำได้! เรื่องการกิน ก็ปล่อยเค้ากินไปตามปกติ แต่เราก็กินของเราไป อาจจะไม่ได้ปุปปับแล้วเค้าหันมาสนใจในทันที แต่สิ่งแรกที่เราควรทำให้เค้าคิดคือ “ทำไมเราถึงตั้งใจนะ” และอีกสิ่งคือ “เฮ้ย ได้ผลเว้ย เราเอามั่งดีกว่า” 2. โน้มน้าวในทางบวก การโน้มน้าวในทางบวก คือการเสนอรางวัล ไม่ใช่การหาบทลงโทษ เช่น ถ้าเธอมา Workout กับเราสักวันนึง เดี๋ยวเลี้ยงข้าวนะ หรือ พ่อครับ พ่อลองกินตามนี้ดูพ่อจะได้ไม่ต้องกินยาลดความดันนะครับ ซึ่งเป็นการชี้ผลประโยชน์ซึ่งเข้าตัวเค้าเต็มๆ

พื้นฐานการเล่นเวท ที่ควรรู้ Weight Training Basics

ใครเคยผ่านจุดนี้มาก่อนบ้าง วันนี้เรามาดูกันดีกว่า ว่าพื้นฐาน  สิ่งที่ควรรู้ของคำว่า Weight Training มีอะไรบ้าง! รับรองช่วยได้ครับ ก่อนอื่นอยากพูดถึงรายละเอียดของคำว่าเล่นเวทก่อน ว่ามันมีอะไรบ้างที่เราสามารถ “ปรับ แก้ และ เล่นกับมันได้” Load: คือน้ำหนักที่เราใช้ การใช้น้ำหนักมาก ทำให้เรายกจำนวนครั้งได้น้อยเป็นธรรมดา ดังนั้นน้ำหนักที่ใช้ จะสัมพันท์กับจำนวนครั้งที่เรายกได้ Reps: คือจำนวนครั้งที่เรายกได้ หรือเลือกที่จะยก Set: เป็นจำนวน “ยก” เช่นถ้าเรายก 10 rep แล้วพัก นั่นคือ 1 set = 10 reps Rest: ระยะเวลาในการพักต่อ set Frequency: ความถี่ในการฝึก เช่น อาทิตย์ละ 4 ครั้ง และฝึกกล้ามเนื้อมัดละ 1 ครั้งต่ออาทิตย์ Intensity: ความเข้มข้นในการฝึก ยิ่งพักน้อย (แปลว่าเราฝึกซ้อมได้เยอะขึ้นในเวลาน้อยลง) และใช้น้ำหนักเยอะขึ้น เท่ากับการฝึกซ้อมนั้นๆเข้มข้นขึ้น Volume: จำนวน หรือปริมาณในการฝึกในแต่ละท่า หรือกล้ามเนื้อแต่ละส่วน มีวิธีคำนวนสองแบบหลักๆ คือนับแต่จำนวนครั้งที่ยก เช่น อาทิตย์นี้เล่นกล้ามท้อง 200 Reps หรือ จะคำนวนน้ำหนักรวมที่ยก เช่น อาทิตย์นี้เล่น Bench Press 60 KG X 12 reps x 4 sets = 2880 KG หลักๆแล้วเอาไว้วัดว่าเราเล่นไปเยอะขนาดไหน สำหรับคนที่จริงจังจริงๆ (เช่นนักกีฬา) 1RM: หรือน้ำหนักที่เรายกได้ 1 ครั้งที่ดีที่สุด เป็นสถิติ เอาไว้วัดว่าครั้งต่อๆไปเราควรจะเล่นเท่าไหร่ดี ย่อมาจาก 1 Rep Max ถ้ายังไม่เห็นภาพ จะใช้นายจอร์จจี้ เป็นตัวอย่าง จอร์จจี้ ให้โค้ชสอนเล่น

ไขมันดี ไขมันเลว กินเท่าไหร่ จากไหนดี

เคยสงสัยมั้ยครับ ว่าไขมันดี ไขมันเลว มันคืออะไร กินเท่าไหร่ แล้ววันนึงเราควรได้รับไขมันยังไง เท่าไหร่ วันนี้แตงกวา เอางานวิจัยกว่า 17 งาน มาสรุปให้เราอ่านแบบง่ายๆ ไปดูกันครับ ไขมันแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ไขมันอิ่มตัว (Saturated Fat) ได้แก่ ไขมันสัตว์ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated Fat) ได้แก่ น้ำมันมะกอก อโวคาโด ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (polyunsaturated Fat) ได้แก่ โอเมก้า 3 , 6 เช่น น้ำมันคาโนล่า น้ำมันดอกทานตะวัน อะไรคือไขมันดี ไขมันเลว ? ไขมันดี หรือ healthy fat ก็คือไขมันที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการอะไรมา (unprocessed fats) ไม่ว่าจะเป็นอิ่มตัวหรือไม่อิ่มตัว ส่วนไขมันเลว ก็คือ ไขมันที่ผ่านกระบวนการทางอุตสาหกรรมต่างๆ (processed foods) เช่น Trans Fat Hydrogenated fats เช่น มาร์การีน แต่ถ้ากิน ไขมันอิ่มตัวและไม่อิ่มตัวในปริมาณที่มากเกินไป ก็อาจจะส่งผลไม่ดีได้เช่นกัน ทั้งเพิ่มปริมาณคอเลสเตอรอล ความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ มะเร็ง อัลไซเมอร์ และอื่นๆ อีกมากมาย อย่าสบสนระหว่างค่าคอเลสเตอรอลในเลือด (HDL กับ LDL ) กับไขมันอิ่มตัว ไขมันไม่อิ่มตัว หรือ Trans Fat นะครับ แต่ทั้งสองก็มีความเกี่ยวข้องกันไว้จะมาพูดถึงในบทความอื่นในอนาคตครับ List อาหารที่มีไขมันดี ที่แนะนำ ปลาทะเล แซลมอน ปลาทู Avocado เมล็ดธัญพืช เช่นเมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง งา ถั่ว เช่น Almond Walnut

โปรตีน กับเรื่องที่คุณควรรู้ – Fit Science

โปรตีน คืออะไร โปรตีน เป็นสารอินทรีย์ที่สร้างขึ้นจากกรดอะมิโน เชื่อมกันด้วยพันธะเคมี แบ่งเป็นหลากหลายโครงสร้าง ซึ่งสารชนิดนี้มีความสำคัญต่อระบบการทำงานของร่างกาย ซึ่งกรดอะมิโนนั้นแบ่งเป็น กรดอะมิโนจำเป็น (Essential amino acids) นั้นคือร่างกายเราไม่สามารถสร้างได้ ต้องได้รับจากการทานอาหารเข้าไป กรดอะมิโนค่อนข้างจำเป็น (Conditionally essential amino acids) คือร่างกายเราไม่สามารถสร้างได้เพียงพอเมื่อถึงเวลาที่ร่างกายต้องการมากๆ เช่นตอนที่เราอยู่ในภาวะเครียด และสุดท้ายคือ กรดอะมิโนไม่จำเป็น (nonessential amino acids) ซึ่งร่างกายเราสามารถสร้างได้เองอย่างเพียงพอ Essential amino acids Conditionally essential amino acids Nonessential amino acids Histidine MethionineIsoleucine PhenylalanineLeucine ThreonineLysine Tryptophan Valine Arginine Cysteine Glutamine Tyrosine Alanine Asparagine Aspartic acid Glutamic acid Proline Serine โปรตีน ได้รับจากไหน: แหล่งโปรตีนตัวอย่าง เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน (ไก่ หมู ปลา เนื้อวัว ให้โปรตีนประมาณ 20g ต่อน้ำหนักดิบ 100g) เนื้อสัตว์ติดมัน ติดหนัง ให้โปรตีนประมาณ 14-16g ต่อน้ำหนักดิบ 100g) ไข่ไก่ ไข่ทั้งหลาย นม นมถั่วเหลือง ถั่ว เช่นถั่วเหลือง ถั่วลิสง อัลมอนด์ วอลนัท ผักก็มีโปรตีนนะ แต่ต้องกินเยอะมากๆ การกินโปรตีนให้เพียงพอสำคัญยังไง ? เมื่อเรากินโปรตีนเข้าไป ร่างกายจะย่อยโปรตีนเหล่านั้น ให้เป็นกรดอะมิโน จากนั้นกรดอะมิโนเหล่านี้ก็จะดูดซึมไปยัง plasma pool of amino acids นั้นคือแหล่งเก็บสำรองโปรตีนที่ไหลเวียนอยู่ในเลือดของเราโดยแหล่งเก็บสำรองนี้ จะทำหน้าที่ในการส่งกรดอะมิโนและโปรตีนไปยังเซลล์ ให้เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่ง

Fit Science: ว่าด้วยสาร Block แป้ง ทำงานยังไง ได้ผลจริงหรือ?

“กินแล้วสกัดการย่อยแป้ง ไม่ให้เปลี่ยนเป็นน้ำตาล ทำให้ร่างกายดึงเอาไขมันส่วนเกินมาใช้ ลดอ้วนได้อย่างปลอดภัย เป็นธรรมชาติ ไม่ต้องอดอาหาร” จากข้อมูลงานวิจัยพบว่าเมื่อนำถั่วขาวมาสกัด จะได้สารสำคัญชื่อ “ฟาซิโอลามิน” (Phaseolamin) ที่สามารถยับยั้งการทำงานของเอนไซม์อะไมเดส (Amylase) ซึ่งมีหน้าที่ย่อยแป้งที่ลำไส้เล็ก ทำให้อาหารประเภทแป้งที่เราบริโภคเข้าไปไม่เปลี่ยนสภาพเป็นน้ำตาลทั้งหมด โดยสาร “ฟาซิโอลามิน” ในถั่วขาว มีฤทธิ์ยับยั้งกระบวนการย่อยแป้งเป็นน้ำตาลถึง 66% แป้งที่เราบริโภคเข้าไปจึงไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายทั้งหมด การสะสมของไขมันที่เกิดจากการเปลี่ยนรูปของน้ำตาลจึงลดลงด้วย เมื่อร่างกายได้รับพลังงานลดลงจึงดึงเอาไขมันเก่าที่สะสมไว้มาเผาผลาญ ทำให้ไขมันในร่างกายลดลง อย่างไรก็ตาม มีหลายข้อมูลที่ระบุว่าการบริโภคสารสกัดจากถั่วขาวเพื่อหวังผลตามโฆษณาเป็นไปได้ยาก หรือ ไม่ได้ช่วยด้านลดน้ำหนักแต่อย่างใดเนื่องจากสาร “ฟาซิโอลามิน” ที่ยับยั้งเอนไซม์อะไมเลสอาจจะแตกตัวหรือสลายไปตั้งแต่เข้าสู่กระเพาะอาหารแล้ว เพราะด้วยฟาซิโอลามินเองก็เป็นโปรตีน ซึ่งจะถูกย่อยที่กระเพาะอาหาร บ้างกล่าวว่ารางกายคนเรามีเอนไซม์อะไมเลสในปริมาณมากเกินกว่าที่สารสกัดเหล่านั้นจะไปยับยั้งได้จริง และถึงจะยับยั้งได้จริง ร่างกายเราก็มีกลไกที่จะเพิ่มปริมาณของเอนไซม์ให้มากขึ้น เพื่อใช้ย่อยคาร์โบไฮเดรตได้อยู่ดี อีกทั้งกลไกร่างกายซับซ้อน การทดสอบในหลอดทดลองหรือในสัตว์ อาจไม่ได้ผลในมนุษย์ นอกจากนี้พบว่าแม้แป้งจะถูกสารนี้ยับยั้งไว้ได้บ้าง แต่ก็จะมีบางส่วนของแป้งที่ไม่ถูกย่อยและดูดซึมในลำไส้เล็กผ่านไปยังลำไส้ใหญ่ และเกิดการหมัก เกิดกรดไขมันสายสั้นดูดซึมเข้าร่างกายได้อยู่ดี สำหรับกรณีที่ทดสอบกับคนและได้ผลนั้น ตอ้งพิจารณาจำนวนตัวอย่าง เงื่อนไขการทดสอบ หลักเกณฑ์ / วิธีการวิจัยด้วย ควรต้องดำเนินการถูกต้องตามระเบียบวิธีวิจัย และด้วยวิธีการที่ยอมรับได้ อาหารเสริมประเภทนี้ ก็คล้ายกับการคุมอาหารเพียงอย่างเดียว ที่อาจจะช่วยให้ลดไขมันลงได้เพียงระยะแรกๆเท่านั้น ถ้ามาวิเคราะห์กันอีกที ก็คล้ายกับการกินอาหารไปในปริมาณเท่าเดิม แต่ต้องการให้ดูดซึมน้อยกว่า ก็อาจจะไม่ต่างกับการหลอกตัวเอง เพื่อให้คงพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม ร่างกายของเรามีระบบการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวที่ฉลาดมากๆ หากกินอาหารเสริมนี้ไปนานๆ ซักวันร่างกายก็จะต้องปรับตัวเพื่อให้รับสารอาหารและแคลอรี่ที่เพียงพอจริงๆ หรือถ้าหยุดกินแต่พฤติกรรมการกินยังเหมือนเดิม พฤติกรรมสุขภาพยังเหมือนเดิม ไม่ออกกำลังกาย กินไม่เลือก กินมากกว่าที่ร่างกายควรได้รับ ก็มีโอกาสที่จะกลับไปอ้วนเหมือนเดิม หรือมากกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม การปรับพฤติกรรม และฝึกการใช้ชีวิต ให้ดี ดูแลสุขภาพโดยไม่พึ่งอาหารเสริม จะเป็นสิ่งที่เราทำได้นาน และยั่งยืนที่สุดครับ Reference : 1.de Gouveia Neire Moura, Alves Fernanda Vieira, Furtado Fabiana Barcelos, Scherer Danielli Luana, Mundim Antonio Vicente, and Espindola Foued Salmen. Journal of

Fit Science: ลดแป้ง VS ลดไขมัน แบบไหนฟิตเร็วกว่ากัน

เวลาอยากฟิตหุ่น ลดความอ้วน เพื่อนๆน่าจะเคยได้ยินวิธีหลักๆ คือ ลดแป้ง: ลดข้าว ขนม เครื่องดื่ม ลดไขมัน: เลี่ยงของทอด ของผัด มันๆ ลดทุกอย่าง อดอาหาร= แบบนี้ตายเร็วแน่ ขอไม่พูดถึง เพราะไม่แนะนำ ประเด็นคือ จริงๆแล้วมันมีทางสายกลาง คือก็กินพอดีๆแต่พอประมาณ แต่วันนี้ เราอยากรู้ว่า ถ้าต้องเลือกลด ระหว่างไขมัน VS แป้ง เราจะลดอะไรดี ปริมาณสัดส่วนของไขมันและกล้ามเนื่อในร่างกายบ่งบอกถึง รูปร่าง หุ่น หรือองค์ประกอบของร่างกาย(body composition) แต่ละคน รวมถึงสุขภาพที่ดีด้วย Lean body mass หรือ มวลกล้ามเนื้อ มีหน้าที่เกี่ยวข้องทั้งในเรื่องของพละกำลัง (force production capacity) ,ความสามารถในการใช้อินซูลิน (insulin sensitivity) และ ระบบเผาผลาญพลังงานที่ดี ดังนั้น การพัฒนาองค์ประกอบของร่างกาย (body composition) หรือการเพิ่มกล้ามเนื้อ จึงมีประโยชน์มากมาย วันนี้ครับเราจะมาพูดถึง Nutrition นี้แหละ ว่างานวิจัยต่างๆ ที่ออกมา พูดถึงLow Carb Diet กับ Low Fat Diet ว่ายังไงบ้างและแบบไหนจะช่วยในการพัฒนารูปร่างได้ดีกว่ากัน ระหว่าง Low carb diet คือการกินอาหารโดยที่สัดส่วนคาร์โบไฮเดรตน้อยกว่าปกติ Low fat diet คือการกินอาหารโดยที่สัดส่วนไขมันน้อยกว่าปกติ หลากหลายงานวิจัยได้สรุปมาเหมือนกันว่า การกินคาร์โบไฮเดรตที่น้อยลงจะช่วยในลดปริมาณไขมันในร่างกายได้มากขึ้น การทำงานของอินซูลิน INSULIN PHYSIOLOGY การกินคาร์โบไฮเดรตน้อยกว่าปกติ มีผลกับการหลั่งอินซูลิน ทำให้หลั่งอินซูลินน้อยลง อินซูลินเป็นฮอร์โมนในการเสริมสร้าง (anabolic) ยับยั้งการสลายสารอาหารออกมาใช้ และกระตุ้นการจัดเก็บสารอาหาร ซึ่งการกินคาร์โบไฮเดรตจะเกี่ยวข้องกับการเพิ่มขึ้นของกลูโคสในเลือด และระดับอินซูลินก็จะเพิ่มขึ้น เพื่อควบคุมสารต่างๆในกระบวนการเผาผลาญ โดยเฉพาะ การเลือกใช้สารอาหารมาเป็นพลังงาน ระหว่าง คาร์โบไฮเดรตและไขมัน การจำกัดการกินคาร์โบไฮเดรตจะไปกระตุ้นการใช้ไขมันให้มากขึ้น (fat oxidation) และลดการสังเคราะห์ไขมัน