Category: Exercise

***โปรแกรมสำเร็จรูป VS โปรแกรมส่วนตัว

หลาย ๆ คนที่ออกกำลังกาย ทั้งมือใหม่ มือเก่า มือสอง มือสาม ต่างน่าจะเคยได้ยิน ได้เห็น หรือบางคนได้มีโอกาสทดลองใช้สิ่งที่เรียกว่า “ตาราง” หรือ “โปรแกรม” การออกกำลังกายต่าง ๆ ตามที่จะหาได้จากใน INTERNET หรือ SOCIAL MEDIA ต่าง ๆ กันมาบ้างไม่มากก็น้อยนะครับ ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจ วันนี้เลยอยากจะพูดให้ฟังว่าระหว่างการมีโปรแกรมส่วนตัว กับการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปนั้นมันมีความแตกต่างกันยังไงครับ มาเริ่มกันที่โปรแกรมสำเร็จรูปกันก่อนครับ ***(ขอรูปตารางการเทรนครับ หรือรูปพวก group class ต่างๆ ก็ได้ครับ)*** ข้อเสียOne size doesn’t fit all ครับ ความไม่เหมาะสมต่อข้อจำกัดของแต่ละคนครับ อย่างเช่น เป็นสาวอยากหุ่นดี อยากลดไขมัน แต่มีอาการเกี่ยวกับการบาดเจ็บที่ข้อต่อเข่า (ประเภทเดินนาน ๆ แล้วปวดเข่า) แล้วก็เหนื่อยง่ายมาก (อารมณ์ประมาณแบบว่า เดินขึ้นบันไดรถไฟฟ้า เหนื่อยเท่าเดินขั้นภูกระดึง!!!) แต่ไปเอาตารางของคนที่ฟิตแล้วระดับนึงมาใช้ ประเภท เล่นขาด้วยท่า Squat ต่อด้วย Leg Lunge แล้วปิดท้ายด้วยการคาร์ดิโออย่างวิ่ง เป็นต้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือคุณจะบาดเจ็บจากการใช้กล้ามเนื้อมากเกินไปในวันรุ่งขึ้น (ซึ่งไม่ใช่แค่อาการ DOMs ที่จะเจ็บไปแค่วันสองวันเสียทีเดียว บางรายเจ็บเป็นอาทิตย์!!!)และวันถัด ๆ ไป หลาย ๆ คนเจ็บแบบขยับทีน้ำตาแทบไหล มันเลยจะพาลทำให้ไม่อยากออกกำลังกายแล้ว เพราะมันเจ็บเกินใจจะอดทนจริง ๆ หรืออีกกรณีนึงคือเรายังไม่มีความแข็งแรงทางด้านคาร์ดิโอมากนัก แต่ต้องทำตามตาราง บางทีเราอาจจะหมดแรง หน้ามืด หรือหกล้มระหว่างที่เราคาร์ดิโอทำให้เราบาดเจ็บได้เช่นกันครับ ทั้งสองเหตุผลนี้เป็นสาเหตุหนึ่งในการทำให้ ***(ขอรูปคนเหนื่อย หมดแรง ในชุดออกกำลังกายครับ)*** คนเลิกออกกำลังกายอยู่เหมือนกันนะครับ(ก็มันทำแล้วเจ็บ เหนื่อยเกินไปอ่ะ ไม่ทำดีกว่า จบ) ข้อดีการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปนั้นคือมันสะดวกครับ เปิดเว็บ เปิดเพจออกกำลังกายแทบทุกเพจก็เจอแล้ว  โปรแกรมส่วนตัว  ต้องปรึกษากับเทรนเนอร์ มีการสัมภาษณ์ถึงเป้าหมาย พฤติกรรมของนักเรียน วิถีชีวิต ความชอบ – ไม่ชอบต่าง ๆอาการบาดเจ็บ โรคประจำตัว

***หลังวิ่งห้ามนั่ง!…เดี๋ยวก้นใหญ่? จริงมั้ย

หลายคนอาจเคยได้ยินว่า หลังวิ่ง ห้ามนั่งนะ เดี๋ยวก้นจะใหญ่  มันเป็นเช่นนั้นได้จริงมั้ย? มาดูกันตามหลักวิทยาศาสตร์กันค่ะ ก้นของคนเรานั้น มีทั้งกล้ามเนื้อและเซลล์ไขมัน การที่ก้นจะใหญ่ขึ้นได้นั้น แบ่งง่ายๆ 2 อย่างค่ะ 1.จากมวลกล้ามเนื้อที่มากขึ้น มาได้จากการออกกำลังกายด้วยแรงต้าน เพิ่มโหลดต่อกล้ามเนื้อ อย่าง weight training และสารอาหารที่เรารับประทาน ***(ขอรูปท่า squat + hip thrust ตรงนี้ครับ)*** 2.ก้นใหญ่จากไขมัน พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ได้มีกิจกรรมทางกายมากพอกับปริมาณอาหารที่ทานเข้าไป นั่งนานๆ บ่อยๆ ไม่ได้ออกกำลังกาย  ***(ขอรูปคนกำลังกิน junk food หรือนั่งทำงานครับ – ขอเป็นผู้หญิงตัวอ้วนนะครับ)*** มีงานวิจัยของ Professor Amit Grefen, Tel Aviv University , American Journal of Physiology เซลล์ไขมันสามารถสะสมได้มากขึ้น เนื่องจากตอบสนองต่อการลงน้ำหนักที่คงที่ (Static mechanical loading) ที่มีระยะเวลานาน อย่างการนั่งนานๆ  ต่อมา ตามหลักกายวิภาคศาสตร์ Gluteus muscle หรือกลุ่มกล้ามเนื้อมัดใหญ่ของร่างกายที่อยู่บริเวณสะโพก กล้ามเนื้อกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มสำคัญของร่างกายที่ใช้ในการเคลื่อนไหว ประกอบไปด้วย 3 มัด เรียงจากขนาด และการวางตัวชั้นนอกไปชั้นใน คือ  Gluteus maximus ขนาดใหญ่สุด มองเห็นได้จากภายนอก (Surface anatomy) , Gluteus medius และ Gluteus minimus ซึ่งกล้ามเนื้อ 3 มัดนี้ทำงานร่วมกันในการให้ความแข็งแรงและเสริมความมั่นคงของข้อต่อเชิงกราน (Pelvic) สะโพก (Hip) รวมถึงกระดูกสันหลังส่วนล่าง (Lumbar spine)  นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมแนวเข่าเวลาเคลื่อนไหว หากกล้ามเนื้อกลุ่มนี้เกิดปัญหาในการทำงาน อ่อนแรง สามารถส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บในข้อต่ออื่นๆ อย่างกระดูกสันหลัง (Spine) ข้อเข่า (Knee) หรือข้อเท้า (Ankle)

3 STEPS เทคนิคฟิตหุ่น ให้ลีน แบบนางงาม

ก่อนอื่นต้องยินดีกับนักเรียนของเรา น้องฟ้าใส ที่ได้รางวัล Golden Tiara Ticket ในรายการ Miss Universe Thailand 2019 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายๆคนน่าจะสงสัย ว่า การเป็นนางงาม ต้องเทรนยังไง กินยังไง วันนี้ เราเอา Tips มาเล่าให้ฟังกันครับ ก่อนอื่น มาแยก Goals ของเรา เป็น 3 ส่วน ลดไขมัน ด่วน หุ่นต้องเฟิร์ม Posture ต้องดี ฝึกกล้ามเนื้อที่สำคัญต่อท่าเดิน ท่ายืน ซึ่งเราจะมีแนวทางในการ TAKE ACTION หรือลงมือทำได้หลักๆ 3 อย่างด้วยกัน (และมี BONUS TIPS แถมให้ด้วย) NUTRITION CARDIO WEIGHT TRAINING STEP 1: NUTRITION แน่นอนว่าใครๆก็รู้ ว่าถ้าอยากลีน เราต้องคุมอาหาร แต่ปัญหาที่เราเจอบ่อยๆ คือ คุมไม่เป็น เช่น อดข้าวเย็น หรือทำตามสูตรลดน้ำหนักในเน็ต จนเกิด YOYO Effect หรือไม่ได้ผล คุมเคร่งเกินไป จนเครียด และตบะแตกง่าย วางแผนมาแล้ว แต่ไม่ลงมือทำ เห็นอะไรก็กินตามใจตัวเอง วางแผนเป็น แต่ไม่มีโค้ชช่วยเจาะลึก Fine Tune รายละเอียดให้ สำหรับน้องฟ้าใส ปัญหาที่เจอ คือมีความเข้าใจเรื่องโภชนาการพอสมควร แต่ขาดเรื่องการ Fine Tuning หรือการปรับรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ เช่น: รู้ว่าต้องกินกี่ Calories แต่ไม่รู้ว่าต้องปรับสัดส่วนสารอาหารอย่างไร สำหรับใครที่อ่านอยู่ ลองดูว่าตัวเองมีปัญหาอะไร และแก้ตาม Solution เบื้องต้นนี้: คุมไม่เป็น ให้เริ่มจากการจดบันทึกอาหารที่ตัวเองกิน คุมเคร่งไป ให้ลดความเคร่ง เหลือสัก 70-80% เน้นความสม่ำเสมอระยะยาว

**Travel Fit Guide : เที่ยวแบบพี่ฟ้าใส ทำไงก็ไม่อ้วน

“ไปเที่ยว ต้องเตรียมอะไรไปบ้างให้ไม่อ้วน” เวลาเราพูดถึงการ “คุมอาหาร” เวลาไปเที่ยว หลายๆคนอาจจะคิดว่า โอยยย ไปเที่ยวทั้งที ขอปลดปล่อยบ้างเห๊อะ! ผมอยากแนะนำว่า ถึงแม้จะเป็นการปลดปล่อยก็ควรจะมีสติอยู่เสมอ เพราะอย่าลืมว่าที่เราตั้งใจจะรักษาสุขภาพ รักษาหุ่น เราลงทุนลงแรงลงเงินไปเท่าไหร่ คงไม่มีใครอยากให้ทุกอย่างเสียเปล่าแน่ๆ บทความนี้ผมจะเอาตัวอย่างของที่ผมพกเสมอเวลาไปเที่ยว ทั้งต่างจังหวัด และต่างประเทศ ที่ทำให้ผมไม่อ้วนมาให้เป็นแนวทางครับ อย่างแรกเลย คือ Whey Protein หรือ Casein Protein ผมจะเอาใส่ Zip Lock ไป เตรียมไปเลย วันละ 2 scoops กินเช้า กับบ่ายๆ เพื่อให้ได้โปรตีนครบ เราจะได้ไม่ต้องกังวลกับการหา “แหล่งโปรตีน” กินมากนัก เพราะเวลาไปเที่ยว เราคงอยากกินของทอดๆ มันๆ บ้าง ไม่ได้อยากกิน Lean Protein ตลอดเวลา อย่างที่สอง Granola หรือ ธัญพืชรวมอบ – จริงๆที่ญี่ปุ่นก็มี แต่หาตามร้านสะดวกซื้อยาก เลยพกไปเป็น Snack และอาหารเช้าง่ายๆ ข้อดีคือ เวลาไปเที่ยวบางทีเราไม่ค่อยได้กินผัก ก็ยังได้ไฟเบอร์ จาก Granola ทำให้ท้องไม่ผูก อันนี้สำคัญนะ เพราะถ้าต้องอยู่นอกบ้านนานๆ หรือเดินทางนานๆแล้วท้องผูกนี่จบเลย วิตามินรวม – พกไปด้วย จะได้ไม่ต้องมานั่งกินผักกินผลไม้ให้ได้วิตามิน : ใครที่ไปเที่ยวแล้วกลับมามักจะป่วย เหนื่อย โทรม แนะนำให้พกไปด้วย ผง Stevia – หรือสารให้ความหวานแทนน้ำตาลแบบไม่มีแคลอรี่ ทำให้เราสามารถแวะกินกาแฟหรือช็อคโกแลตร้อนได้ ซึ่งช็อคโกแลตร้อนโดยปกติ พลังงานประมาณ 200 แคลฯ แต่ถ้าบอกเค้าไม่ใส่น้ำเชื่อม และเราเอามาใส่ Stevia แทน กลายเป็นไม่ถึง 100 แคลฯ !!! Resistance Band – ยางยืดออกกำลังกาย (ซื้อตามห้าง เส้นละ

**ขาใหญ่ ทำยังไงดี!

ขาใหญ่ ทำยังไงดี! รวมปัญหาโลกแตก และแนวคิดใหม่ๆที่คุณต้องรู้ (แถมท่าออกกำลังกาย) “อยากลดหุ่นแต่ไม่กล้าวิ่งเพราะกลัวขาใหญ่ค่ะ” “อยากเล่นเวทให้เฟิร์ม แต่กลัวขาใหญ่จังค่ะ” “อยากเล่นกล้ามแต่กลัวขาใญ่ใส่กางเกงเด๊ปไม่ได้ครับ” Comment ยอดฮิตเลยนะครับ เจอบ่อยมาก และผมเชื่อว่าคนที่ออกกำลังกาย มักจะมีเพื่อนๆ มาถามแนวนี้เยอะ จนบางทีเพลียที่จะตอบ เอาเป็นว่าผมตอบแทนให้เป็นข้อๆ เลยละกัน! ร่างกายคนเรานะครับ แขน ขา เอว จะใหญ่จะเล็ก มันมีองค์ประกอบหลักๆ ดังนี้ครับ 1. ไขมันใต้ผิวหนัง – เป็นเหมือน layer แรก คนที่ไขมันเยอะ ก็เหมือนใส่เสื้อหนาๆ แขนขาย่อมใหญ่เป็นธรรมดา 2. กล้ามเนื้อ – ยิ่งกล้ามเนื้อเยอะ ก็ยิ่งดันให้ size ใหญ่ขึ้น แต่ต้องเยอะจริงๆ นะครับ  3. กระดูก – กระดูกใหญ่ ก็เหมือนแกนกลางใหญ่ แต่ข้อนี้เราทำอะไรกับมันไม่ได้ครับ ทำใจอย่างเดียว ทีนี้มาดูกันว่า มีกรณีไหนบ้างที่เราจะเป็นได้ กล้ามน้อยไขมันเยอะ – ดูรูปประกอบ… แบบนี้เรียกว่า skinny fat พบได้กับคนที่ออกกำลังกายไม่ถูกวิธี เช่น วิ่งเยอะมากและอดอาหาร หรือกินเหล้าเยอะ หรือไม่ยอมออกกำลังกายเลย ใส่เสื้อผ้าก็ดูปกติดีนะ แต่ถอดปุ๊ป หรือจับๆตัวจะรู้สึกเหลวๆ หรือว่าถ้าไขมันเยอะมากๆ ก็เข้าข่ายคนอ้วนนั่นเอง กล้ามน้อยไขมันน้อย – แบบนี้คือผอม ส่วนใหญ่เป็นกรรมพันธุ์ (hormones thyroids ทำงานหนักและ insulin sensitivity ต่ำ) กินอะไรเข้าไปร่างกายไม่ค่อยเอาไปสร้างกล้าม หรือเก็บเป็นไขมัน จะเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้ายแล้วแต่คนมอง คนกลุ่มนี้ควรยกเวทหนักๆ กินเยอะๆ ให้ถูกวิธีครับ กล้ามเยอะไขมันเยอะ – สายหมี นักซูโม่ ตัวใหญ่มาก ไขมันเยอะ เหมือนใส่เสื้อหนาวอยู่ คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ยกเวท กินเยอะ แต่ไม่ได้ดูแลว่าร่างกายต้องการกี่แคลอรี่ต่อวัน (หรือกำลัง bulk) ไขมันเลยไม่ลดซะที จับดูผิวหนังนิ่มๆ แต่ตัวแน่นๆ แรงเยอะ กล้ามเยอะไขมันน้อย – นี่แหละเป้าหมายทุกคน

***Cardio คืออะไร! ทำนานๆ หรือทำเร็วๆ ดีกว่ากัน? ใช้เครื่องไหนดี?

***Cardio คืออะไร! ทำนานๆ หรือทำเร็วๆ ดีกว่ากัน? ใช้เครื่องไหนดี? Cardio คืออะไร Cardio ย่อมาจาก cardiorespiratory training หรือให้แยกเป็นคำๆ เป็นรากภาษากรีกมาจากคำว่า Kardia ครับ  Cardio แปลว่าหัวใจ ส่วน respiratory (system) คือระบบการหายใจ ซึ่งการฝึกฝนทั้งสองอย่างนี้ ส่วนใหญ่จะใช้การทำกิจกรรมต่อเนื่อง เช่นการวิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือแม้แต่การเล่นกีฬา และการยกเวท (ในรูปแบบของ circuit training) ก็ “อาจจะ” เรียกได้ว่าเป็นการ cardio ครับ รวมความเชื่อผิดๆ อยากกล้ามใหญ่ ไม่ควร Cardio เดี๋ยวกล้ามหาย ควร Cardio ตอนเช้าตอนท้องว่าง จะได้ใช้ไขมัน การ Cardio ต้องทำ 45 นาทีขึ้นไป ต้อง Cardio ที่อัตราการเต้นของหัวใจเท่านั้นเท่านี้ถึงจะผอม การเดินไม่นับว่าเป็นการ Cardio  ใครเคยได้ยินคำพูดเหล่านี้มาก่อน… ขอบอกตรงนี้เลยว่า ผิดหมด! เพราะอะไร อยากรู้ลึกๆ อ่านต่อเลยครับ Cardio มีแบบไหนบ้าง ขอแบ่งเป็น 2 แบบ ง่ายๆ 1. Steady state หรือการทำแบบต่อเนื่อง  Cardio แบบแรกขอเรียกว่า Steady state หรือการทำแบบต่อเนื่องจริงๆ นานๆ (ก็มีตั้งแต่ 30-60 นาที ไปจนถึงนานกว่านั้น)  ส่วนใหญ่การทำแบบ Steady State จะไม่ค่อยหวือหวา คือเริ่ม speed ไหน (หลัง warm up) ก็จะอยู่ที่ speed ไกล้เคียงนั้นไปจนจบ  เช่น วิ่งที่ 8km/h 30-45

***รีบๆ หรือ ช้าๆ : ฟิตหุ่นแบบไหนดีกว่ากัน – เทคนิคง่ายๆ ที่จะทำให้คุณฟิตแบบมีสมอง!

ออกกำลังกายแบบรีบๆ กับแบบใจเย็นๆ แบบไหนดีกว่ากัน เคยสงสัยมั้ย ว่าบางคนออกกำลังกายแบบ ฮึดมากๆ ทนกินไปได้ไงไม่รู้อาหารจืดๆ และออกกำลังกายหนักๆ สงสัยมั้ยว่าเค้าทำได้ยังไง และได้ผลมั้ย และเราควรทำตามหรือเปล่า หรือว่าบางคนฟิตหุ่นแบบใจเย็นๆ กินอะไรนอกบ้านประจำ ก็เห็นเค้าได้ผลดี สรุปแล้วแบบไหนมันดีกว่ากัน?! วันนี้เรามาหาคำตอบ และผมมีข้อคิดง่ายๆมาฝากกันครับ ขอแบ่งหมวดหมู่คนเป็น 3 ประเภทครับ A แบบใจเย็น ค่อยๆเป็นค่อยๆไป  B แบบใจร้อน คุมเคร่ง สุดโต่ง C ไม่เคยคิดจะคุม อ้วนก็ปล่อยอ้วน ไม่ได้คิดจะฟิตหุ่น แบบ A ใจเย็นๆ ช้าๆ ไม่ทรมาน  ***(ขอรูปคนออกกำลังกายแบบยิ้มสบายๆ)*** บางคนไม่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองมาก เลยเลือกออกกำลังกายแบบค่อยๆเป็นค่อยๆไป ช้าๆ  คุมอาหารบ้าง บางทีก็ปล่อยบ้าง ไม่เครียด  ออกกำลังกายบ้าง อาทิตย์ละ 2-3 วันหรือมากกว่านั้น แต่วันไหนถ้าไม่ได้ไปก็ไม่เดือดร้อน ข้อดี: คนที่ทำแบบนี้ จะมีสุขภาพจิตดี และเข้าสังคมได้ง่ายโดยไม่ต้องเปลี่ยนอะไรมาก กินข้าว ไปเที่ยว ก็กินได้สบายๆ และไม่ต้องใช้เวลาในยิมมากเท่าไหร่ ข้อดีของการทำอะไรช้าๆ คือโอกาสผิดพลาดน้อย เช่น ค่อยๆเพิ่มกล้าม เราก็จะไม่กินเยอะจนอ้วน หรือค่อยๆลดไขมัน เราก็จะไม่โหยจนเกินไป  ข้อควรระวัง: สำหรับคนที่ใจเย็นๆ บางทีเราลืมตั้งเป้าหมาย ทำให้ผลลัพธ์ได้ช้า หรือบางที เราได้ผลช้า เลยเกิดการท้อได้  แบบ B ใจร้อน เห็นผลเร็วๆ  ***(ขอรูปคนออกกำลังกายแบบเหนื่อย หน้าตามุ่งมั่น)*** บางคนชอบท้าทายๆ ชอบเห็นผลเร็วๆ และใจร้อน จึงยอมใช้ชีวิตสุดโต่ง  คนประเภทนี้ มักจะโพส หรือพูดคำประเภท “no pain no gain” หรือให้เหตุผลว่า “ยอมทำอะไรที่คนอื่นไม่ทำ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหนือกว่า” ยอมทรมานได้ ยอมกินอาหารที่ตัวเองไม่ชอบ และออกกำลังกายหนักๆ บ่อยๆ ถึงขั้นไม่เข้าสังคม หรือบางทีต้อง Pack อาหารไปกินเวลาสังสรรค์ ข้อดี:

***ฟิตง่ายๆ เริ่มต้นแค่ 5 Steps: สอนกิน และออกกำลังกาย แบบง่ายๆ

Level: SUPER EASY เหมาะกับ: คนที่อยากเริ่มต้นฟิต แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน “อยากฟิตนะ แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง…คุมอาหาร ออกกำลังก็ดูยุ่งยากจัง” ผมเข้าใจนะ ว่าหลายๆคนเคยคิดว่าการจะ “ฟิต” ได้นี่ช่างเป็นเรื่องยากอาหารการกินทรมานเหลือเกิน ต้องตัดแป้ง ลดของอร่อยของกินก็ต้องกินแต่ผักต้ม ไก่ต้ม ข้าวกล้อง น่าเบื่อๆ แถมออกกำลังกายเยอะแยะ ดูยาก …. วันนี้ เราเราขอสรุปขั้นตอนง่ายๆ เป็น5 STEPS หรือ ก้าวแรก สำหรับคนอยากเริ่มฟิต เราแบ่งขั้นตอนต่างๆให้เข้าใจง่าย จบใน 5 วัน (ในคลิปเดียว จบ)Program 5 วันนี้ เราเน้นง่ายไม่ต้องศัพท์สูง ไม่ต้องคำนวนอะไรทั้งนั้น เน้นง่ายสุดๆ และไม่ต้องอดอาหารอร่อย ไม่หักโหม ตาม Style Fitjunctions สารบัญเนื้อหาใน Video 1. เลือกของทอดยังไง2. เลือกเครื่องดื่ม / กาแฟยังไง3. วิธีกะปริมาณแป้ง ง่ายๆ4. วิธีเลือกผัก กินนอกบ้าน5. ออกกำลัง: เริ่มจากง่ายไปยาก รับรองเลยว่าแค่ทำได้ 5 วันนี้ เราสามารถเปลี่ยนชีวิตให้ฟิตขึ้น และมีทัศนะคติที่ดีขึ้นเกี่ยวกับการออกกำลังกาย และดูแลอาหารการกินแน่นอน เชิญชมได้เลยครับ (ในคลิป มีบอกหมด ทั้งท่าออกกำลังกาย และเรื่องโภชนาการ) สำหรับคนที่ดูคลิปแล้ว อยากได้ตารางเป็นตัวหนังสือ เราทำไว้ให้ข้างล่างนี้แล้วครับ Day 1: กระโดดตบ! ***(ขอรูป jumping jacks ครับ)*** การเริ่มออกกำลังกาย จริงๆไม่จำเป็นต้องยาก แค่เริ่มจากอะไรก็ได้ ง่ายๆ สำหรับท่าออกกำลังกายในวันที่ 1 นี้ เรามาเริ่มด้วยท่าง่ายๆ ซึ่งก็คือท่ากระโดดตบ การกระโดดตบ เป็นท่าที่สามารถทำที่ไหนก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรเลย แถมง่ายมากๆ ท่ากระโดดตบวันนี้เราเอามาฝากสองแบบ แบบแรกคือการกระโดดตบแบบปกติ คือกางแขนออกข้างลำตัว จริงๆแล้วการกระโดดตบ ไม่จำเป็นต้องเอามือขึ้นไปตบกันเหนือหัวก็ได้ครับ เพราะบางคนทำแล้วจะเจ็บไหล่ แบบที่สอง เรียกว่าท่า Zombie

***FIT EZEZ : ฟิตแบบฝากท้องกับร้านสะดวกซื้อ

“ก็อยากฟิตหุ่นนะ แต่ไม่มีเวลาทำกับข้าวเองหรอก งานยุ่ง เรียนหนัก ตังก็ไม่ค่อยมี” งั้นเราขอนำเสนอ เทคนิคฝากท้อง กับร้านสะดวกซื้อ Version คนฟิตๆ เหมาะสำหรับ เด็กหอ พนักงานเงินเดือน ผู้ที่ออกต่างจังหวัดบ่อย คนขี้เกียจทำกับข้าวกินเอง ผู้มีงบน้อย เวลาน้อย แต่อยากกินอยู่แบบฟิตๆ ผู้ที่มีบ้านอยู่ข้างๆร้านสะดวกซื้อ จริงๆ แล้ว ในร้านสะดวกซื้อต่างๆ มีอาหารที่มีสารอาหารดีๆ รอเราอยู่ เพียงแต่เราไม่รู้ หรืออาจจะรู้แต่ไม่ยอมหยิบไปกิน บทความของผมวันนี้จะมาจำแนกให้ดูว่าแต่ละสารอาหารที่จำเป็น ที่อยู่ในร้านสะดวกซื้อนั้นมีอะไรบ้าง อยู่ตรงไหนของร้านบ้างครับ เริ่มกันที่สารอาหารแรก “โปรตีน” มีหลายอย่างที่เป็นโปรตีนในร้านสะดวกซื้อเลยครับ ทั้งแบบเคี้ยว แบบไม่ต้องเคี้ยว เอาแบบเคี้ยวก่อนแล้วกัน ***(ขอรูปอาหารของแต่ละหัวข้อครับ)***1. อกไก่นุ่ม มีทั้งรสธรรมดา รสพริกไทยดำ รสพริกสด เรียกได้ว่าพร้อมเอาไปอุ่นกิน หรือเอาไปเป็นส่วนผสมของสลัดได้อีก (ให้โปรตีนอยู่ประมาณ 30 กรัมนะครับ) 2. ไข่ต้ม มีทั้งแบบยางมะตูม ต้มสุก หรือจะออนเซ็น เลือกแบบที่ชอบได้เลย (ให้โปรตีนที่ประมาณ 6 กรัมต่อฟองครับ)(ทั้ง 2 ข้อแรก จะอยู่ตรงส่วนของอาหารพร้อมทาน แถว ๆ ตู้ที่มีแฮม ไส้กรอกนะครับ) 3. นมเวย์ หรือนมสด ถ้าเลือกได้ ควรดื่มนมรสจืดครับ เพื่อหลีกเลี่ยงน้ำตาลส่วนเกินที่ใส่มาในการผลิตที่ทำให้อร่อยขึ้น (รสจืดก็มีน้ำตาล แต่ว่าน้ำตาลนั้นเป็นน้ำตาลธรรมชาติจากตัวนมครับ ดื่มได้ ถ้าไม่แพ้แลคโคส แต่ถ้าแพ้แลคโตสก็กินสูตร Lactose Free ครับ) ส่วนใหญ่จะอยู่ในตู้แถว ๆ โยเกิร์ตครับ แต่ถ้าเป็นนมกล่อง สารอาหารต่อมา คาร์โบไฮเดรต เพียบเลยครับ แต่เราจะเลือกอันที่กินแล้วแคลอรี่ไม่สูงเกินไปมาให้นะครับ***(ขอรูปอาหารแต่ละหัวข้อครับ)*** 1. กล้วยหอม กินง่าย อร่อย เอาไปผสมเวย์ก็ได้ เอาไปกินฉุกเฉินก่อนออกกำลังกายแล้วกลัวท้องว่างเกินไปก็ได้ ส่วนใหญ่อยู่ตรงแผงขนมของแต่ละสาขา หรือตรงซุ้มขนมปังครับ 2. ขนมปัง มีทั้งโฮลวีต และปกติ ชอบแบบไหน กินแบบนั้นเลยครับ 3. ข้าวสวย

***ฝึกเพื่อเพิ่ม POWER + SPEED + AGILITY (ep 1)

บทวามนี้ เหมาะกับคนที่เคยสงสัยว่า ทำอย่างไร เราจะแข็งแรง ว่องไว และเป็นยอดมนุษย์ได้ ก่อนอื่นขอแบ่งเป้าหมายสำหรับการออกกำลังหลักๆก่อนนะครับ อยากหุ่นดี: อยากมีกล้าม มี sixpack หุ่นเทพ ไขมันน้อยๆ***(เอารูปพี่ฟ้าลีนครับ)*** อยากแข็งแรง Performance ยอด: เน้นเรื่องสมรรถภาพ ไม่ได้เน้นกล้ามใหญ่***(เอารูปนักกีฬา พอจะเห็นกล้ามเนื้อครับ)*** อยากสุขภาพดี: วิ่งลดพุง จะได้ไม่เสี่ยงเป็นโรคนั่นโรคนี่***(เอารูปคนธรรมดา กำลังวิ่ง หน้าตายิ้มแย้มครับ)*** นิยามสมรรถภาพต่างๆ Speed + Agility Power Strength อุปกรณ์ในการฝึกที่ควรมี กีฬาไหน ต้องฝึกอะไรเพิ่ม วิธีการฝึก สมรรถภาพคืออะไร? คือ ความสามารถของร่างกายในการประกอบการงาน หรือ กิจกรรมทางกายที่ส่งผลในทางการกีฬา  สมรรถภาพทางกายเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาการทางด้านร่างกาย ของมนุษย์ สมรรถภาพทางกายของบุคคลทั่วไปจะเกิดขึ้นได้จากการเคลื่อนไหวร่างกาย หรือออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ถ้าหยุดออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลงเมื่อใด สมรรถภาพทางกายจะลดลงทันที บทความนี้ สำหรับคนที่คิดว่าอยากมีสมรรถภาพร่างกายยอดเยี่ยม หลักๆที่หลายๆคนอยากจะได้ก็น่าจะมีสมรรถภาพเหล่านี้ ***(ขอรูปคนวิ่งเร็ว ๆ หรือกีฬาที่ต้องปะทะครับ)*** วิ่งเร็ว แข็งแรง กระโดดสูงและไกล แรงปะทะเยอะ อัตราการเร่งสูง อึด ทรงตัวเยี่ยม วันนี้เราจะมาพูดถึงการฝึกฝนแบบ sports performance กัน ว่าในทางวิทยาศาสตร์การกีฬานั้น มีอะไรบ้าง และอยากจะให้เข้าใจไว้เสมอว่า คนเรามีเวลาเท่ากัน แต่เรามีสิ่งต่างๆที่ต้องพัฒนาต่างกัน Speed และ Agility คืออะไร / เทรนยังไง Speed กับ Agility นั้นต่างกัน ถ้าให้เปรียบเทียบแบบเห็นภาพชัดเจนขึ้น ***(ขอภาพนักวิ่งกับนักบอลครับ)*** Speed: นักวิ่ง 100 เมตร สามารถวิ่งได้เร็วมากๆ ใช้เวลา 9-10 วินาที ต่อ 100 เมตร แต่วิ่งเป็นทางตรง Agility: นักฟุตบอล วิ่ง 100 เมตรได้ 11 วินาที แต่สามารถวิ่ง