Category: Uncategorized

เรื่องของ Strength Curve

เรื่องของ Strength Curve คือ การพูดถึงแรงกระทำ ต่อกล้ามเนื้อที่ต่างกันไปในแต่ละช่วงของท่าออกกำลังกาย เช่น บางท่าจะเบาตอนเริ่ม หนักสุดช่วงกลาง แล้วไปเบาอีกทีตอนจบ หรือ บางท่าอาจจะยากสุดช่วงแรก แล้วค่อยๆ เบาลงๆ เรื่อยๆใครรู้สึกเริ่ม งง แล้ว…ตั้งใจอ่านรูปในโพสต์ไปช้าๆ แล้วจะอุทานว่าของโคตรดี! ลุย!#goodquestion#fitjunctions

เรื่องของ Energy Drink!

อ่านบทความเต็มๆ ที่https://www.achieve.amway.co.th/th/articles/xs-jun-2022

ทำไมเราถึงขี้เกียจและผลัดวันประกันพรุ่ง?

ขี้เกียจเรียน ขี้เกียจทำงาน ขี้เกียจออกกำลังกาย แล้วเคยสงสัยมั้ย ว่าทำไมเราถึงขี้เกียจและผลัดวันประกันพรุ่ง? มีงานวิจัยหัวข้อนี้มั้ย? มาครับ เดี๋ยวไลฟ์โค้ชพี่ฟ้าใสจะเล่าให้ฟัง #goodquestion. อย่าเพิ่งฟันธง ว่าตัวเองขี้เกียจ คำว่าขี้เกียจ ก็มีหลายมิติ หลายปัจจัย และซับซ้อนเกินกว่าที่เราจะระบุได้แบบขาว ดำเราอาจจะไม่ได้ขี้เกียจ เราแค่เจอกับความเครียด จนเหนื่อยมาก และ Burnout เพราะหมดแรง บางคน อาจจะขี้เกียจแค่บางเรื่อง (ไม่ขี้เกียจเล่นเกม แต่ขี้เกียจเรียน) บางคน อาจจะขี้เกียจแค่บางเวลา (เวลาเหนื่อยมากๆ ก็ขี้เกียจ) บางคน อาจจะขี้เกียจแค่เวลาอยู่กับบางคน (อยู่กับแม่ขี้เกียจได้ แต่กับพ่อโดนด่าแน่) บางคน อาจจะขี้เกียจเพราะไม่รู้ว่าจะทำบางอย่างไปเพื่ออะไรบางคน อาจจะขี้เกียจเพราะรางวัลในการลงมือทำ ไม่คุ้มค่ากับความเหนื่อย บางคน อาจจะขี้เกียจขยับตัว แต่เขาใช้ความคิดเยอะ  ปัจจัยมันเยอะมาก ความซับซ้อน ลื่นไหล และ “ปัจเจก” นี้เป็นธรรมชาติของ Soft Science หรือวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับมนุษย์  แล้วทำยังไงดี?  พฤติกรรมและอุปนิสัยของมนุษย์ซับซ้อน เกินกว่าที่จะสามารถนิยาม หรือฟันธงชัดๆได้ สิ่งที่เราทำได้ คือการแบ่งโจทย์ให้ชัดเจน ลองแบ่งปัญหาเป็นสองส่วนหลักๆ ปัญหาที่ 1: รู้สึกว่าการเริ่มต้นลงมือทำอะไรบางอย่าง เป็นสิ่งที่ยาก เราจะระบุปัญหานี้ว่า Procrastination หรือการผลัดวันประกันพรุ่ง ปัญหาที่ 2: รู้สึกไม่มีแรงกาย แรงใจ ในการลงมือทำอะไรบางอย่างให้ต่อเนื่อง เราจะระบุปัญหานี้กว้างๆว่า รู้สึกขี้เกียจ บทความนี้เป็นการสรุปสิ่งที่น่าสนใจ จากงานวิจัยปี 2021 โดย Denis Dautov ซึ่งมีความเห็นตรงกับคอร์สเกี่ยวกับ Change Psychology (การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินของมนุษย์ ผ่านการเข้าใจกลไกจิตวิทยา) เราอาจจะสามารถสังเกตตัวเอง และนำไปปรับใช้ได้  CASE STUDY 1  ทำไมเราไม่เริ่มสักที? สาเหตุที่คนบางกลุ่มอาจจะผลัดวันประกันพรุ่ง เป็นเพราะเขาอาจจะขาดสภาพแวดล้อมบางอย่างในการ “เริ่มลงมือทำ” ถ้าห้องรก เสียงดัง หรือมือถือสั่นตลอดเวลา เราก็อาจจะไม่ค่อยมีสมาธิ ทำให้เราไม่ได้ลงมือทำสิ่งอื่นๆ (ส่งผลต่อการเรียนและการทำงาน)ถ้ารอบๆตัวมีแต่ขนม น้ำหวาน หรือคนใกล้ๆตัวมีนิสัยการกินจุกจิก เราก็อาจจะได้กินของเหล่านั้นมากขึ้นทำให้เริ่มต้นเปลี่ยนพฤติกรรมการกินได้ยาก ACTION 1 สิ่งที่เราทำได้ คือการเปลี่ยนสภาพแวดล้อม ทีละนิดทีละหน่อย ซึ่งเราเริ่มจากสิ่งที่เล็ก และใกล้ตัวก่อน เช่น การเติมน้ำเปล่าใส่ขวดไว้ เอาวางไว้รอบบ้าน หรือการซื้ออาหารที่มีประโยชน์มาเติมในตู้เย็น สังเกตว่าการทำแบบนี้ จะทำให้เราไม่ต้อง “ขัดแย้ง” กับตัวเอง และไม่ขัดแย้งกับคนอื่นจนใช้ชีวิตยาก(แม่ทำไข่เจียวให้กิน ก็กินได้! แต่เราเองก็ต้องมีอาหารที่เราวางแผนไว้เองด้วยส่วนหนึ่ง)  นี่แค่จุดเริ่มต้นสิ่งที่สำคัญ คือค่อยๆเปลี่ยนไปทีละอย่าง  CASE STUDY 2  สาเหตุที่เราขี้เกียจ อาจจะเป็นเพราะเราขาดทักษะ ความรู้ หรือเครื่องมือบางอย่าง ทำให้เราไม่มั่นใจในสิ่งที่ต้องทำ  ACTION 2 ถ้าเรารู้สึกว่าเรามีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงการ ลงมือทำอะไรบางอย่าง เพราะเรากลัวทำได้ไม่ดี หรืออาจจะรู้สึกว่าสิ่งนั้นๆมันยากเกินไป หรือไม่มั่นใจ สิ่งที่เราสามารถทำได้ คือการ “ย่อย” เป้าหมาย หรือกิจกรรมนั้นๆ ให้เล็กลงมาเป็นสิ่งที่เราสามารถรับมือได้ และตั้งเป้าหมายเป็น “การกระทำเล็กๆ”  เราไม่แนะนำให้ตั้งเป้าหมายเป็นตัวเลข เช่น อยากลด 10kg หรือยกเวท 100kg หรือมีเงิน 1 ล้านภายในเวลา…..ปี เพราะตัวเลขพวกนี้มันเป็นแค่ตัวเลขมโนที่ไม่ได้อิงกับทักษะ ความรู้ ความสามารถ หรือแม้แต่ความพร้อมของสภาพจิตใจของเราดังนั้น แนะนำให้ตั้งเป้าหมายเป็น “ฉันจะทำ…..ทุกวัน เป็นเวลา…..นาที” และถ้าเรารู้สึกว่ามันยังยากอยู่ ก็สามารถลดความยาก หรือลดเวลาลงมาให้ตัวเองรู้สึกว่ามันง่ายขึ้นได้ สรุป ความขี้เกียจ มีหลายมิติ เราไม่ได้ขี้เกียจ ในทุกเรื่อง ดังนั้นอย่าตีตราตัวเอง เพราะการกดดันตัวเอง อาจจะไม่ได้ช่วยให้เราหายขี้เกียจได้เสมอไปสิ่งที่เราทำได้ คือการรู้ตัว ว่าเราขี้เกียจในหัวข้อไหน เพราะอะไร  ปรับการตั้งเป้าหมาย ให้เป็นไปได้จริง ปรับสิ่งแวดล้อม ใกล้ๆตัว ปรับ “วิธี” ในการลงมือทำของเรา DO WHAT YOU CAN ทำ ในสิ่งที่ทำได้ ให้สม่ำเสมอ  #แก๊งอ่านจบ ถ้าชอบหัวข้อ Soft Science แบบมีงานวิจัย และ ACTION ให้ลงมือทำได้ เมนต์มาว่า FTF ครับ!  สนใจสอบถามข้อมูล FIT TRANSFORM MEMBER CLICK!

หน้าทุเรียนแบบนี้ไม่ให้กินก็คงอดใจไม่ไหว

หน้าทุเรียนแบบนี้ไม่ให้กินก็คงอดใจไม่ไหว ว่าเเต่…ลีนอยู่ หรือกำลังลดไขมันกินทุเรียนได้ไหม? ลองแทนคำถามนี้ ด้วยเมนูที่คุณชอบ ถ้าคุณชอบกิน……. แต่ก็อยากฟิตหุ่นด้วยทำได้ไหม ต้องบอกก่อนว่า FJ เรามีเเนวทางการโค้ชนักเรียนเเบบไม่เคยห้ามคุณกินอะไรเลย #อ่านต่อได้ (ระวังหิว!) เดี๋ยวเราแนะนำวิธีที่จะ อร่อย + ได้ความรู้ แบบที่กินแล้วไม่ต้องมาชดใช้กรรมทีหลัง STORYแฟนผมชอบทุเรียนมาก และตั้งหน้าตั้งตารอหน้าทุเรียน และสัปดาห์ก่อนเห็นโปรโมชั่นของ Greyhound เลยอุตส่าห์สั่งอาหารให้ครบ 2,000 บาทเพื่อที่จะได้ Voucher บุฟเฟ่ต์ทุเรียน หัวละ 990 จำนวน 2 ที่ ไปกินทุเรียนให้หนำใจ REVIEW เป็นประสบการณ์ที่โอเคเลย เพราะเกิดมาเพิ่งเคยลองกินทุเรียนพันธุ์อื่นๆ เทียบกันหลายๆแบบ (ชอบก้านยาวที่สุด แต่รู้สึกว่าเลี่ยน) ส่วนที่ชอบน้อยสุดคือจันทบุรี ไม่รู้ว่าเลือกผิดเองหรือเปล่า มันแข็งๆจืดๆ คิดว่าน่าจะดีกว่านี้มาก ถ้ามีข้าวเหนียวกะทิให้ (และมะม่วงด้วย) เพราะกินแต่ทุเรียนแล้วเลี่ยน สรุปผมกินไปแค่ 3-4 พลู นอกนั้นก็กัดๆ ชิมๆ เพราะเลี่ยนส่วนตัวผมคงกินไม่คุ้ม เพราะเราไม่ได้คิดว่าจะไปกินให้เยอะๆ ให้คุ้มเงิน แต่เราคิดว่าพาแฟนไปลองประสบการณ์ใหม่ๆ และได้ชิมนั่นชิมนี่ ก็คุ้มละเขาให้เวลา 90 นาที หลังจากนั้นก็กลับบ้าน ไปว่ายน้ำ และหิวมาก ทำข้าวผัดเนื้อ ใส่ข้าวโพดผัดเนยกระเทียมเยอะมากกกก สรุปแล้ว คิดว่าพลังงานจากมื้อเย็นน่าจะเยอะกว่าที่กินบุฟเฟ่ต์ทุเรียนมาเสียอีก สรุปช่วงลีน กินบุฟเฟ่ต์ได้ไหม? ตอบง่ายมาก “ถ้าคนอยากกิน … ใครก็ห้ามไม่ได้” ถ้ามีคำถามนี้ผุดขึ้นมาในหัว และอยากกิน … ก็ไม่ควรจะต้องห้ามตัวเองเพราะการห้ามตัวเอง มันจะไปผุดพฤติกรรมการกินทดแทน (compensation) ซึ่งสุดท้ายในระยะยาว ถึงไม่กิน A ก็ไปกิน B แทนอยู่ดี ดังนั้น กินของที่ตัวเองชอบให้จบๆ ดีกว่าเยอะ KEY WORD: คนเราอ้วนไม่อ้วน ลีนไม่ลีน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำอนุญาต หรือความเห็นของใครสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การกระทำของเราเองล้วนๆ ข่าวดี เอาจริงๆ คนเราอาจจะไม่ได้อ้วนเพราะเมนูที่เราคิดว่าอ้วนก็ได้นะ ยกตัวอย่าง ถึงเราจะไปกินบุฟเฟ่ต์ทุเรียน แต่ลองคิดดูดีๆ

ถ้าเราลดความอ้วน แต่ไม่ชั่งน้ำหนักเลยได้ไหม?

งานวิจัยใหม่ๆ พบว่าการ FOCUS ที่การลดน้ำหนักตัว อาจจะกำลังจะตกยุค จริงไหม?ถ้าเราลดความอ้วนไม่ชั่งน้ำหนักเลยจะเป็นยังไง จะวิเคราะห์ให้ฟัง  #goodquestion  น้ำหนักตัวมากเกินไปก็ไม่ดี  งานวิจัยมากมายพบการเกี่ยวโยงระหว่างการมีน้ำหนักตัวมากเกินไป กับปัญหาสุขภาพมากมาย เช่นโรคหัวใจและหลอดเลือด หลอดเลือดสมองตีบตัน เบาหวาน โรคข้อเสื่อม และมะเร็ง ซึ่งโรคกลุ่มนี้มักจะเรียกว่าโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDS (Non communicable disesases) ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่รวมๆแล้ว เป็นเหตุของการเสียชีวิตของคนมากมายในโลก และเปลืองเงินในการรักษาด้วย ปัญหาของน้ำหนักตัว ในร่างกายมนุษย์ ไม่ได้มีแค่น้ำหนักไขมัน แต่เรามีน้ำในร่างกายในปริมาณที่เยอะมากถึง 60-70% ซึ่งเวลาที่เราออกกำลังกาย หรือเริ่มดูแลอาหารการกิน น้ำหนักที่ลดไปเร็วๆในช่วงแรกจึงเป็นน้ำในร่างกายซะส่วนใหญ่ ไม่ใช่ไขมัน รวมถึงในแต่ละวัน บางคนก็มีการผันผวนของน้ำหนัก เช่น ชั่งตอนเช้า หนัก 80 ชั่งตอนเย็น หนัก 82 ทำให้การใช้แค่น้ำหนักตัวเป็นตัววัดพัฒนาการ อาจจะทำให้เรา FOCUS ผิดจุด การหลงดีใจ เพราะน้ำหนักลดเร็วๆ หรือ การเครียด เพราะน้ำหนักเด้ง อาจจะส่งผลต่อกำลังใจในการลดไขมันของเรา ดังนั้นต้องสังเกตตัวเองดีๆ การจะมีสุขภาพดีได้ มีปัจจัยอื่นๆ งานวิจัยของ Gaesser, 2021 ตั้งคำถามว่า การลดน้ำหนัก อาจจะไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด ในการแก้ปัญหาโรคอ้วนGaesser ได้แบ่งแนวทางการลดความอ้วน เป็นสองแบบหลักๆ Weight Centric Approach  เน้นการลดน้ำหนักเป็นหลัก ซึ่ง Gaesser อ้างอิงงานวิจัยในอดีต พบว่าคนที่พยายามลดน้ำหนักโดยไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ อาจจะเจอปัญหา “วัฐจักร การลดน้ำหนัก ล้มเหลว และกลับมาอ้วนใหม่” ทำให้ในปลายทางไม่ได้เกิดผลดีต่อสุขภาพอย่างที่คาดหวังกัน  Weight Neutral Approach เน้นที่การพัฒนาสมรรถภาพร่างกาย เพิ่มกิจกรรม การใช้ร่างกาย เพิ่มการออกกำลังกาย และพัฒนาสมรรถภาพร่างกาย ซึ่งไม่ได้ซีเรียสว่าน้ำหนักจะลดแค่ไหน (บางเคส น้ำหนักเพิ่ม เพราะมวลกล้ามเนื้อเพิ่ม ก็สุขภาพดีได้)  แนวคิดแบบ Weight Neutral Approach อิงมาจากการมองเห็นว่าการจะสุขภาพดีได้ มีปัจจัยอื่นๆ เพราะนอกจากน้ำหนักตัว เช่นความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความอึด ความแข็งแรงของหัวใจ ระบบไหลเวียน ปอด ทักษะการเคลื่อนไหว

14 วัน! แจกตารางออกกำลังกายแบบจัดเต็ม

ตารางออกกำลังกายอยู่ที่บ้าน ฉบับไม่ต้องใช้อุปกรณ์! เมื่อเริ่มออกกำลังกายหรือขยับร่างกายมากขึ้นเเล้วอย่าลืมทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำเยอะๆ เเละพักผ่อนให้เพียงพอด้วยนะครับ กรณีนักเรียนอยู่ในช่วง พักรักษาตัวจากโควิด 19 เเนะนำหยุดพักการออกกำลังกายไปก่อน (พัก 1-2 สัปดาห์) เมื่อหายดีค่อยมาเริ่มออกกำลังกายกันใหม่นะครับ ถ้าพร้อมแล้วมาเริ่มกันเลยครับ กับตารางออกกำลังกายวันแรก วันที่ 1 เราเริ่มต้นด้วยอะไรที่ไม่หนักมาก สำหรับ workout 1 ต้องการให้ได้ใช้กล้ามเนื้อโดยรวม และคั่นกลางด้วยท่าเสริมความแข็งแรงของแกนกลางลำตัว เหมือนได้พักเหนื่อยจาก easy burpee สักแปปนึง ก่อนกลับไปกระตุ้น heart rate อีกครั้งด้วย jump lunge จบวันที่ 1 เบาๆด้วยท่าปรับ posture อีก 2 ท่า(ใน workout 2) ถือเป็นอันจบวันที่ 1 อย่างสวยงาม 💕 วันที่ 2 เริ่มวอร์มอัพ มากขึ้นครบทุกส่วนเพื่อเตรียมพร้อมการใช้งานทุกข้อต่อ อย่างเต็มประสิทธิภาพ 💪🏻 ทั้งใน workout ที่ 1 และ 2  วันที่ 3 กลับมาอีกครั้ง สำหรับ jump lunge (พร้อมด้วยท่าที่เพิ่มความหนักมากขึ้น และได้ใช้แกนกลางในการควบคุมท่าเสมอ ถือเป็นผลพลอยได้ที่ดีของการทำ commondo plank) และตอกย้ำความแข็งแรงของท้องและแกนกลางด้านข้างต่อใน workout 2 ผ่าน 3 วันแรกมาได้อย่างสวยงาม ถึงเวลาที่จะได้พักผ่อนบ้าง สามารถพักไปเลยก็ได้ หรือใครยังไหว ทำ stretching รอพลางๆ วันที่ 5 จะได้พร้อมลุย ✌🏻 วันที่ 5 โปรแกรมจะเข้าสู่การเวทที่จริงจังมากขึ้น(แต่ยังมีกลิ่นอายของความอยากเพิ่มให้หัวใจและปอดมีความแข็งแรง) ตอนเล่นพยายามโฟกัสฟิลการทำงานของกล้ามเนื้อหลักๆของท่านั้นๆ  วันที่ 6 จะมุ่งเน้นความหลากหลายของท่าออกกำลังกาย มีการพัฒนาเสริมกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวและกล้ามเนื้อก้นมัดเล็กด้วย หลังจากเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางและกล้ามเนื้อมัดเล็กมาแล้ว ลองดูว่าการออกกำลังกายในวันที่ 7 เราควบคุมท่า ฟิลกล้ามเนื้อได้ดีขึ้นไหม (อย่าลืมเกร็งท้องกระตุ้นกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวในทุกๆท่าของ

Update งานวิจัย 1 ปีมีครั้ง สำหรับคนทำ IF และชาวมุสลิมที่ถือ “ศีลอดรอมฎอน” ต้องรู้!

อดอาหารยังไง ให้รักษากล้ามเนื้อ และสมรรถภาพไว้ได้?  บทความนี้เขียนเพื่อเพื่อนๆชาวมุสลิม และใครก็ตามที่สนใจการทำ IF เพื่อให้ได้ Update แนวทางการรักษาร่างกายครับก่อนอื่นเรามาตอบคำถามที่หลายๆคนน่าจะสงสัยเกี่ยวกับการอดอาหารก่อน #goodquestion การอดอาหาร น่ากลัวไหม? ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เพราะจริงๆแล้วการอดอาหารแบบไม่ต่อเนื่อง ที่เรียกว่า Intermittent Fasting หรือ IF ไม่ได้อดนานขนาดนั้นสิ่งที่ต้อง FOCUS คือ การปรับการกิน การนอน การใช้ร่างกาย ให้ได้รับสารอาหารเพียงพอ ในช่วงอดอาหารต่างหาก  ศีลอดรอมฎอน ต่างจากการทำ IF ยังไง  จริงๆแล้ว การถือศีลอด  กับ IF ใกล้เคียงกันมาก รู้ไหมว่างานวิจัย IF หลายงาน ก็มาจากการศึกษาผลของการอดอาหาร และการปรับโภชนาการในกลุ่มนักกีฬาชาวมุสลิมนะ  ข้อแตกต่างหลักๆคือ IF มีหลายสูตรตั้งแต่อดไม่กี่ชั่วโมง ไปจนถึงอดแบบวันเว้นวันดังนั้นการทำ IF จึงยืดหยุ่นได้ … ถ้า Fasting ไม่ครบชั่วโมง ก็ไม่เป็นไรซึ่งรู้ไหมว่าจริงๆแล้ว หลายๆคนก็ทำ IF อยู่แล้ว แต่ไม่รู้ตัว! เพราะเราอดอาหารเวลานอนหลับ!  ส่วนการถือศีลอด จะมีเวลาที่กำหนดมาแล้วว่ากินตอนไหนได้บ้าง และไม่สามารถดื่มน้ำในระหว่างวันได้ดังนั้นการถือศีลอด มักจะท้าทายกว่าการทำ IF สูตรยอดฮิททั้งหลาย เพราะดื่มน้ำระหว่างวันไม่ได้ และมีเวลาการอดอาหารตายตัว คำถามที่มักจะพบในช่วงถือศีลอด  คือ ช่วงถือศีลอด   จะเหนื่อยง่าย ไม่มีแรงออกกำลังกาย…ปกติไหม?  แล้วเราสามารถรักษาสมรรถภาพร่างกายไว้ได้ไหม?  การอดอาหาร ทำให้กล้ามหายไหม?   ทำยังไงให้เราได้รับสารอาหารเพียงพอ และมีแรงออกกำลังกาย ไปดูกันทีละข้อครับ ช่วงถือศีลอด จะเหนื่อยง่าย ไม่มีแรงออกกำลังกาย ปกติไหม?  งานวิจัยของ Anindita, 2020 ทดลองในกลุ่มคนที่ไม่ได้ออกกำลังกาย พบว่าความอึด และสมรรถภาพด้านกีฬาอื่นๆลดลง ซึ่งก็เข้าใจได้นะ เพราะการปรับพฤติกรรมการกิน จากที่เคยกินอาหารได้ทั้งวัน มาเป็นการทำศีลอด ย่อมทำให้ระบบต่างๆในร่างกายอาจจะปรับตัวไม่ทัน ทำให้เหนื่อยง่าย หรือไม่ค่อยมีแรงออกกำลังกาย แล้วเราสามารถรักษาสมรรถภาพร่างกายไว้ได้ไหม?  ได้ … แต่อาจจะต้องปรับหลายอย่าง สำหรับเรื่องนี้ต้องให้เครดิต Hamdi Chtourou ซึ่งเป็นนักวิจัยชาว Tunisia ที่ทำงานวิจัยหัวข้อการทำ Fasting ในช่วงถือศีลอด มาตั้งแต่ปี 2012 – 2019 ซึ่งพบว่าการปรับโปรแกรมฝึก

เล่าประสบการณ์ ช่องโดนHACK!

โดนHack ช่องยูทูป รับมือยังไง กู้คืนยังไง และป้องกันยังไง เล่าให้ฟังครับ เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ตอนเช้า มีนักเรียนทักมาหลายคนเลย บอกว่าช่องโดนแฮก ขอบคุณนักเรียนมากๆๆๆๆ ที่ช่วยกันสอดส่องดูแล พอผมเข้าไปดู พบว่าเห้ย ชื่อช่อง และโลโก้เปลี่ยนไป กลายเป็นชื่อ Ripple [XRP] และมีนาย Brad Garlinghouse มาไลฟ์โปรโมตว่า “สาเหตุที่ XRP จะราคา 5$ ในเดือนหน้า” ซะงั้น เมื่อช่องโดนHack ลองกดปิดไลฟ์ พบว่าปิดไม่ได้ แต่ผมปล่อยให้ไลฟ์รันต่อ เพราะเราจะเก็บข้อมูล Analytic (อยากรู้ว่ามันรันแล้วใครดูบ้าง เป็นกรณีศึกษา) พอเราพบว่า Google Account ส่วนตัวไม่ได้โดนแฮก ก็ทำการติดต่อ Youtube ทันที เพื่อแจ้งให้เขารับทราบ และทำการกู้ Accountซึ่งเขาก็จะถามข้อมูลต่างๆเพื่อยืนยันว่านี่เป็น account เราจริงๆนะ ลองRemove Admin ด้วยความที่เรามีทีมงานหลายคน ผมสงสัยว่าน้องในทีมอาจจะโดนแฮก (ใครไปกดอะไรไว้?! 55) เลยกด Remove Admin คนอื่นออก ให้เหลือแค่ตัวเองเป็นผู้ดูแลช่อง พบว่าเรากลับมาควบคุมช่องได้ ปิดไลฟ์ได้ และแก้ Logo ให้กลับมาเป็นของเราได้แล้วสันนิฐานว่าในทีมเราอาจจะโดน Phishing Scam คืออาจจะไปกดลิงค์ หรือตอบเมล์อะไรที่น่าสงสัย เลยทำให้ Hacker สามารถเข้ามา Hijack ช่องได้ ทั้งๆที่ทุกคนในทีมมี 2-step verification โชคดีไปครับสำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ ผมก็ไม่ได้เก่งเรื่องการป้องกันการ Hack ขนาดนั้นและคิดว่าโชคดีที่ Account หลักไม่ได้โดน Hack เลยสามารถกู้ช่องกลับมาได้เองเอาเป็นว่าสัปดาห์นี้ขอไม่ลงคลิป 1 วันนะครับ (Supporter ลงตามเดิม วันอาทิตย์) เพื่อให้ทีมงานเราได้ปรับระบบทำงาน เรื่องความปลอดภัยใหม่ก่อน สิ่งที่ต้องทำเพื่อป้องกันไม่ให้โดน Hack ในยุคที่ทุกคนน่าจะมีข้อมูล และการเงินบนออนไลน์ก็อยากให้ระมัดระวังด้วย สิ่งที่คิดว่าอ่านจบแล้ว

อยากหุ่นดี ต้องรู้อะไรบ้าง

ใครเคยเป็นบ้าง…อยากหุ่นดีแต่เวลาหาข้อมูลฟิตเนส โภชนาการแล้วมีความรู้สึก สับสนไปหมด ทำไมโค้ชแต่ละคนพูดไม่เหมือนกัน ยิ่งลงลึกก็ยิ่งมึน ทำไมมันยากจัง แล้วถ้าอยากจะรู้ลึกสุดๆ จะหางานวิจัยได้จากที่ไหน? เรามีคำตอบให้ ทั้งเรื่องที่ต้องรู้ และเรื่องที่ต้องทำ ถ้าอยากหุ่นดี สำหรับใครที่สนในอยากรู้ลึกอยากหางานวิจัยอ่านเพิ่ม เตรียมใจได้เลย เพราะนอกจากจะปวดหัวจากการหางานวิจัยแล้ว ยังต้องปวดหัวกับภาษาอังกฤษอีก! และปัญหาใหญ่ที่สุดคือ … ความรู้เยอะ แต่ลงมือทำไม่ได้! กลุ่ม FTF (FIT TRANSFORM MEMBER ) เราทำขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งหมดนี้ผ่าน 3 มิติด้วยกัน มิติที่ 1: เรามีโปรแกรมให้เป็นแนวทาง ที่มีทั้งออกกำลังกาย (มือใหม่ – มือโปร) และ ACTIONS ให้ลงมือทำ มิติที่ 2: สังคมเราเน้นการมีส่วนร่วม เป็นที่ที่คุณสามารถแชร์ทั้งความสำเร็จ หรืออุปสรรคให้เราฟังได้ โดยจะมีโค้ชคอยช่วยเหลือและให้คำแนะนำ นอกจากนี้คุณยังได้เพื่อนใหม่ ในสังคมที่ให้กำลังใจกันและกันเป็นพื้นที่ของคนที่มีเป้าหมายเดียวกัน อบอุ่นมากกก ครอบครัวเราใหญ่มาก! มิติที่ 3: การศึกษา การได้รับคำตอบ คำอธิบาย และก้าวไปสู่การเข้าใจหลักการ และลึกกว่านั้นคือที่มาที่ไปของงานวิจัย จะทำให้เราสามารถเลือกแนวทางที่เหมาะกับเรา และไม่ตกเป็นเหยื่อความเชื่อผิดๆ ซึ่งเรามีทั้งการ LIVE WORKSHOP ทุกเสาร์ (ย้อนดูได้) มี ZOOM ออกกำลังกายกับโค้ช ทุกอาทิตย์! มีบทความใหม่ๆลงให้เยอะมาก (บทความงานวิจัยมีอัพเดตตอนนี้เเล้วกว่า 90 บทความในกลุ่มไม่ไหวจะอ่าน! เเละพี่ฟ้าลงอัพเดตทุกเดือน มากกว่า 10 บทความต่อเดือน!) เข้ากลุ่มมาตอนนี้ย้อนหลังอ่านได้หมดเลย คุ้มมากกกกเพราะพวกเราอยากให้ FTF ตอบโจทย์ทั้งมือใหม่ ที่ต้องการคำตอบเคลียร์ๆ กระชับๆ และมือโปร ระดับโค้ช เทรนเนอร์ ที่ต้องการงานวิจัย หรือเข้าใจทฤษฏีลึกๆ ก็อ่านได้หมดเเบบไม่มีกั๊ก ตอนตั้งกลุ่ม FTF คิดไว้ว่ายิ่งสมาชิกเยอะขึ้น เราอยากทำเนื้อหาใหม่ๆ เจ๋งๆ และเพิ่ม Features ต่างๆให้ ซึ่งก็จะมีการ UNLOCK ไปเรื่อยๆ เพราะยังมีอีกหลายมิติ

อยากเปลี่ยนตัวเอง ให้หุ่นดี เริ่มง่ายๆด้วย 5 วิธี

Behavioural Intervention อยากเปลี่ยนตัวเอง ให้หุ่นดี ต้องเปลี่ยนอะไรก่อน?คุมอาหารก็ยาก ออกกำลังกายก็ไม่มีเวลา…งั้นลองแบบนี้ มองความจริงก่อน ทุกๆ การกระทำของเรา และอาหารที่เรากิน ส่งผลต่อร่างกายของเรา!นั่นหมายความว่าถ้าเราอยากเปลี่ยนแปลงร่างกาย ต้องเปลี่ยนแปลง “การกระทำ” หรือ พฤติกรรมนั่นเอง (Behavioural Intervention) พฤติกรรมบางอย่าง ก็เปลี่ยนยาก  ลองนึกดูนะ คนเราเวลาเคยชินกับการกินอาหารบางอย่าง หรือ ตื่นนอนเวลาเดิมๆ อยู่ดีๆจะให้เปลี่ยนปุป ปับ คงเป็นไปได้ยากจำไว้ว่าพฤติกรรมบางอย่างที่ทำซ้ำๆ ก็มักจะกลายเป็น “นิสัย” คือเราทำโดยที่ไม่รู้ตัว … และเลิกยาก นี่คือสาเหตุว่าการบอกให้คน “เลิกกินของอ้วนๆสิ” มักจะไม่ได้ผล เริ่มอย่างไรดี? สิ่งที่เราแนะนำ คือการ “เติม” เติมการกระทำที่ส่งผลดีต่อร่างกายเรา โดยที่ยังไม่ต้องไปพยายาม “ลด ละ เลิก” อะไรที่เราชอบ (แต่ถ้าอยากเลิก ก็ลุยเลย ขอแค่อย่าฝืนตัวเองมากเกินไป)  ไม่ต้องเลิกกินของที่เราชอบ แต่เราเริ่ม “คิดก่อนกิน” หรือ หาของมีประโยชน์มากินบ้างและเมื่อพร้อม ค่อยๆ Upgrade ไปเป็นการวางแผนการกินระหว่างวัน  ไม่ต้องฝืนออกกำลังกายก็ได้ ถ้าเรารู้สึกไม่พร้อม แต่เราอาจจะเปลี่ยนวิธีการใช้ร่างกาย จากนั่งเยอะ ก็ลุกมาเดินบ้างและเมื่อพร้อม ค่อยๆ Upgrade ไปเป็นการออกกำลังกายในรูปแบบที่เราชอบ  เปลี่ยนสิ่งเล็กๆก่อน ทุกการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ส่งผลในระยะยาวเสมอ ยกตัวอย่าง การคิดก่อนกิน (Mindfulness) ส่งผลให้เราค่อยๆมีนิสัยการกินที่ดีขึ้นได้ในระยะยาว หรือแค่การดื่มน้ำแก้วเดียวตอนเช้า ถ้าทำทุกๆวัน ก็ช่วยให้ร่างกายสดชื่น (ร่างกายมนุษย์มีน้ำอยู่ 60-70% เลยนะ) และพอสดชื่น ก็ส่งผลต่อสมอง และทำให้เรามีแรงทำงาน หาเงิน และวนกลับมาที่ทำให้เรามีเวลาออกกำลังกายมากขึ้นในอนาคต  ทำต่อเนื่องได้ ร่างกายก็เปลี่ยน การเริ่มเล็กๆ (แต่เริ่มทันที!) และค่อยๆ Upgrade ตัวเองไปเรื่อยๆ อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยทำให้เราเปลี่ยนร่างกาย ไปยังปลายทางที่เราต้องการ  ไม่ว่าจะหุ่นดี ลดพุง เพิ่มกล้าม หรือแม้แต่ทำให้อายุยืนขึ้น(ทำได้) ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสิ่งเดียวเลย ที่เราควบคุมได้ คือ “การกระทำของเรา”  ทั้งหมดนี้ทำได้ โดยไม่ต้องคำนวณตัวเลขอะไรให้ยุ่งยากแนวทางนี้ เรียกว่า Behavioural Intervention หรือเรียกง่ายๆ คือ การปรับพฤติกรรม  Behavioural Intervention คือแนวทางที่เราใช้ ในการสอนทุกคอร์สของเรา เน้นการย่อยความรู้จากงานวิจัยใหม่ๆ มาเป็น ACTIONS (การกระทำ) ที่เข้าใจง่าย ทำตามง่าย และไม่ต้องคำนวณอะไรยุ่งยาก  คอร์สเรียนที่น่าสนใจFIT TRANSFROM SIXPACK PROJECT ลดไขมันปั้นหุ่นปังด้วยโปรแกรมกล้ามท้อง ผลลัพธ์จากนักเรียนของเรา FJ ACADEMY คอร์สเรียนออนไลน์ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ครอบคลุมทุกเรื่องที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ